เมื่อวันที่ 7- 10 มีนาคม 2553 อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี ได้พาลูกศิษย์ จำนวน80 คนเดินทางไปที่วัดต้าฝอฉางเยี่ยน เขาง้อไบ๊ เฉินตู ประเทศจีน เพื่อส่งมอบพระสมันตภัทร ที่หล่อในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ในพิธีดังกล่าว ยังได้ถวาย มณฑป ที่ประดิษฐ์ฐาน พระพุทธรูปปางนาคปรก "พระพุทธปฎิมาสุทธาวาส " และยังได้ขึ้นเขายอดสูงสุดของ เขางัอไบ๊ เพื่อไปสักการะ องค์พระผู่เสียน ที่สวยงามยิ่งนัก ลูกศิษย์ที่ได้ร่วมไปในครั้งนั้น ไม่ว่า ผู้อาวุโส หรือ เด็กน้อยๆ ต่างอิ่มบุญ อิ่มใจ อย่างเต็มเปี่ยม
AjarnAnn Fan club มาสิมาเป็นเพื่อนกัน ชมรมคนรัก อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)นำความรู้ ความสุข ข้อคิดข้อธรรม สิ่งละอันพันละน้อย มาแลกเปลี่ยนกันที่นี่ ยินดีต้อนรับทุกท่าน
อาจารย์แอน แฟนคลับ
พวกเรา คือ ครอบครัว อาจารย์แอน แฟนคลับ
4/8/53
หลวงพระบาง กับ อาจารย์แอน
ยังจำกันได้หรือเปล่า กับบรรยายกาศนี้ ที่พระธาตุพูสี หลวงพระบาง
วันนั้นพวกเราทำให้ชาวต่างชาติที่ขึ้นไปเที่ยว ไกด์ที่นำคณะของอาจารย์แอนขึ้นไป ชาวเมืองหลวงพระบาง ถึงกับนิ่งตะลึงกับเสียงสวดมนต์ที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ
อาจารย์แอน ตอบคำถามหลานศิษย์
คำถามเรื่องศีล
สวัสดีคะ อ.แอน วันนี้หนูมีคำถามมาถาม อ.แอน คะ คือว่า
มีผู้หญิงคนหนึ่งไปตลาดไปแล้วผ่านร้านทองก็คิดว่าอยากจะซื้อเก็บไว้ซักเส้นเลยเข้าไปซื้อ ราคาก็หมื่นกว่าเสร็จก็กลับบ้านพอมาถึงหน้าบ้านก็นึกขึ้นว่าถ้าสามีรู้ว่าซื้อทองมาราคาเป็นหมื่นต้องโกรธมากแน่ ๆ ต้องโดนว่าแน่ ๆ พอเข้าบ้านสามีก็ถามเรื่องทองจริง ๆ เธอตอบว่าทองปลอมเห็นขายอยู่ที่ตลาดใครจะไปซื้อทองจริงมาละแพง ส่วนสามีก็ไม่ว่าอะไร (ประมาณว่า หรอเออ) แล้วก็ทำกิจกรรมที่ค้างอยู่ เธอโล่งใจมากแล้วก็เอาทองไปเก็บ อาจารย์คะ เธอคนนี้ผิดศีลข้อมุสาไหมคะ ถ้าเราโกหกเพราะมีเหตุจำเป็น เช่นไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ปานปลาย อย่างนี้ผิดไหมคะ
ขอบคุณคะ
คำตอบจาก อาจารย์แอน
การถือศีล มีสามระดับ และต้องไต่เป็นขั้นตอน ขั้นแรกต้องใคร่ครวญพิจารณาศีลให้บริสุทธิ์ จัดเป็นการบำเพ็ญบารมีและทดสอบกำลังใจในการปฏิบัติให้สูงขึ้น อย่างแน่วแน่โดยมีศีลเป็นเครื่องวัด
อย่างเรื่องนี้ ไม่ควรโกหก เพราะการโกหก มีองค์ประกอบของความโลภ และความหลง ทั้งความกลัว ครบองค์ประกอบของคติทั้งสี่ ได้แก่ ฉันทาคติ อคติ ภยาคติ (ความกลัว) และโทสาคติ อย่างน้อยการโกหก นี้เป็นภัยในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่ไม่สะอาด
ระดับสอง การโกหก ที่ปราศจากความโลภ โกรธ และหลง แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น การโกหก ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผู้ใด ไม่ทำลายประโยชน์ใคร ในกรณีนี้ ถ้าเงินนั้นเป็นของตนเองที่หามาโดยชอบ ไม่ได้เอาเงินผู้อื่นไป แต่เกรงว่าเขาจะไม่สบายใจ ประกอบเราซื้อ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาหนึ่ง หรือเป็นการค้าไว้เก็งกำไร อย่างนี้ไม่ผิดศีล ระดับสาม เป็นปรมัตถ์ อธิศีล มีความสูงขึ้นไปอีกระดับ โดยมี พรหมวิหารสี่ ควบคุมศีล มีมรรค ๘ กำกับ เป็นการถือศีลแบบเป็นธรรมชาติ ที่เป็นไปโดยปรกติ ไม่มีผลร้ายกับใคร ไม่ทำลายประโยชน์ใคร ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับใครในเชิงโลก หรือโลกียะ อย่างนี้เป็นโลกุตระ สำหรับเรื่องที่เล่านี้ ไม่จัดเป็นศีลปรมัตถ์ เพราะมีความโลภผสม ถ้าศีลปรมัตถ์จะไม่มีโลภ โกรธ หลง เจือปน มีสติกำกับ มีตัวรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
เมื่อใคร่ครวญพิจารณาแล้ว ผู้หญิงผิดศีลค่ะ
(ขอบคุณเมลพยากรณ์ จาก hotmail)
มีผู้หญิงคนหนึ่งไปตลาดไปแล้วผ่านร้านทองก็คิดว่าอยากจะซื้อเก็บไว้ซักเส้นเลยเข้าไปซื้อ ราคาก็หมื่นกว่าเสร็จก็กลับบ้านพอมาถึงหน้าบ้านก็นึกขึ้นว่าถ้าสามีรู้ว่าซื้อทองมาราคาเป็นหมื่นต้องโกรธมากแน่ ๆ ต้องโดนว่าแน่ ๆ พอเข้าบ้านสามีก็ถามเรื่องทองจริง ๆ เธอตอบว่าทองปลอมเห็นขายอยู่ที่ตลาดใครจะไปซื้อทองจริงมาละแพง ส่วนสามีก็ไม่ว่าอะไร (ประมาณว่า หรอเออ) แล้วก็ทำกิจกรรมที่ค้างอยู่ เธอโล่งใจมากแล้วก็เอาทองไปเก็บ อาจารย์คะ เธอคนนี้ผิดศีลข้อมุสาไหมคะ ถ้าเราโกหกเพราะมีเหตุจำเป็น เช่นไม่อยากให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ปานปลาย อย่างนี้ผิดไหมคะ
ขอบคุณคะ
คำตอบจาก อาจารย์แอน
การถือศีล มีสามระดับ และต้องไต่เป็นขั้นตอน ขั้นแรกต้องใคร่ครวญพิจารณาศีลให้บริสุทธิ์ จัดเป็นการบำเพ็ญบารมีและทดสอบกำลังใจในการปฏิบัติให้สูงขึ้น อย่างแน่วแน่โดยมีศีลเป็นเครื่องวัด
อย่างเรื่องนี้ ไม่ควรโกหก เพราะการโกหก มีองค์ประกอบของความโลภ และความหลง ทั้งความกลัว ครบองค์ประกอบของคติทั้งสี่ ได้แก่ ฉันทาคติ อคติ ภยาคติ (ความกลัว) และโทสาคติ อย่างน้อยการโกหก นี้เป็นภัยในเรื่องของอารมณ์และความรู้สึกของตนเองที่ไม่สะอาด
ระดับสอง การโกหก ที่ปราศจากความโลภ โกรธ และหลง แต่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของตนเองและผู้อื่น การโกหก ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับผู้ใด ไม่ทำลายประโยชน์ใคร ในกรณีนี้ ถ้าเงินนั้นเป็นของตนเองที่หามาโดยชอบ ไม่ได้เอาเงินผู้อื่นไป แต่เกรงว่าเขาจะไม่สบายใจ ประกอบเราซื้อ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาหนึ่ง หรือเป็นการค้าไว้เก็งกำไร อย่างนี้ไม่ผิดศีล ระดับสาม เป็นปรมัตถ์ อธิศีล มีความสูงขึ้นไปอีกระดับ โดยมี พรหมวิหารสี่ ควบคุมศีล มีมรรค ๘ กำกับ เป็นการถือศีลแบบเป็นธรรมชาติ ที่เป็นไปโดยปรกติ ไม่มีผลร้ายกับใคร ไม่ทำลายประโยชน์ใคร ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับใครในเชิงโลก หรือโลกียะ อย่างนี้เป็นโลกุตระ สำหรับเรื่องที่เล่านี้ ไม่จัดเป็นศีลปรมัตถ์ เพราะมีความโลภผสม ถ้าศีลปรมัตถ์จะไม่มีโลภ โกรธ หลง เจือปน มีสติกำกับ มีตัวรู้ว่าอะไรควรไม่ควร
เมื่อใคร่ครวญพิจารณาแล้ว ผู้หญิงผิดศีลค่ะ
(ขอบคุณเมลพยากรณ์ จาก hotmail)
พยากรณ์รายวัน โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อ.แอน)
พยากรณ์วันพุธที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓
โดย..อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

ดาว ๒ เป็นเดชของวัน มีองศาถึงดาว ๗ เป็นการเริ่มต้นตัดสินใจที่จะวางรากฐานสำคัญ ๆ ดาว ๒ หมายถึงครอบครัว และดาว ๗ หมายถึง บริวาร ผู้ใช้แรงงานและผู้ใต้บังคับบัญชา คือความหมายของการจัดระบบระเบียบออกประกาศชัดเจน ส่วนครอบครัวเหมือนสร้างความเคยชินที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การที่ดาว ๑ ทับองศากับดาว ๙ คือการเปลี่ยนแปลงบ้านที่อยู่อาศัย ปรับปรุง และหมายถึงการวางโครงงานปรับแผนด้วย
ดาว ๓ ส่งกระแสถึงดาว ๔ และ ดาว ๕ ในเวลาเดียวกัน ไม่ควรมีการผูกพันด้วยสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นปัญหาจะตามมา เป็นช่วงทีควรใช้ "การปฏิเสธ" ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองหรือองค์กรของตัวเองให้มากที่สุด
เช่นพูดว่า "ผมไม่อยากเช่าห้องนี้ เอาห้องอื่นให้ผมได้ไหม" คำตอบก็ "ไม่มีหรอก นอกจากว่าคุณจะเพิ่มราคาเช่า" คำพูดต่อไป ก็ตอบว่า "ไม่ได้ นอกจากคุณจะลดมัดจำลง"
ทำนองนี้ก็จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (ผู้พยากรณ์ "ไม่ได้พิลึกนะ" ดวงดาวให้พยากรณ์แบบนี้เอง)
ดาว ๒ ยังส่งกระแสถึงดาว ๖ ที่เป็นนิจ และเพ็ญด้วย นอกจากจะส่งผลเรื่องฝนฟ้าแล้วยังส่งผลถึง การรับเลี้ยงกินกินอิ่มกินเต็ม การเพิ่มพูนน้ำหนักอย่างจริงจัง การเงินเศรษฐกิจก็ดี หุ้นยังเป็นบวกจะมีแนวต้าน เริ่มเทขายในสัปดาห์นี้
ดาว ๘ กับ ๙ คู่สัมพันธ์เพิ่มพูนกำลัง คงหงอยสักพัก พลังงานไม่นิ่ง ซื้อตอนนี้ระวังหนีไม่ทัน
ดาว ๖ กับ ๗ กอดกันเหนียวแน่น ระวังที่พูดไว้ทำไม่ได้เลยเป็นเรื่องทะเลาะกัน เทวดาแม้ให้ลาภก็ใช้ไม่เป็น มีเรื่องต้องใช้สอยจนหมดเหมือนไม่มีลาภ แต่ก็มีข้อดีที่ว่า ถึงจะมีรายจ่ายก็มีจะจ่าย
เคยฟังนิทานเรื่องหนึ่งไหม
พระโพธิสัตว์จุติเป็นรุกขเทวดา ได้ยินสองผัวเมียบ่น ฟ้าไม่ยุติธรรม ชีวิตยากจน ไม่มีลาภผล เทวดาฟังทุกวันจนเมื่อยหู ก็ปรากฏตัวบอกว่า ยังไม่ถึงเวลานะ ผลของทานยังไม่มี ถึงได้ลาภไปก็ใช้ไม่เป็น จะหมดตัวมากกว่าเดิมอีก สองสามีภรรยาพากันสั่นหัว ไม่จริง ๆ ถ้าได้เงินมาจะใช้อย่างรอบคอบระมัดระวังแน่นอน เทวดาก็ให้พรไว้สามประการ จะขออะไรก็ตามใจ
สองสามีสมประสงค์แล้ว นั่ง ยืน นอน เดิน คิดอยู่นั่นจะขออะไรให้คุ้มค่าที่สุด สามีบอกว่า ฉันจะขอบ้าน ให้ใหญ่กว่านี้สักหน่อย นี่มันคับแคบไป ยายภรรยาบอกว่า ไอ้โง่เอ๊ย ขอทั้งที่ขอบ้าน ขออาชีพที่ทำเงินได้เยอะ ๆ สิ ฝ่ายสามี ก็บอกว่าจะมีอาชีพดีก็ต้องมีบ้านใหญ่โตก่อน ภรรยาก็ด่ากลับ โธ่โง่ไม่สร่าง บ้านมันเกี่ยวอะไรกันเล่า
เถียงกันไปก็เถียงกันมา ในที่สุด ตาสามีก็บันดาลโทสะพลั้งปาก ด่าภรรยาแล้วว่า ขอให้หลังคาบ้านพังทับแก จะได้ไม่พูดมาก พอพูดจบหลังคาก็พังลงมาทันที และไม่ได้ทับภรรยาคนเดียวทับสามีด้วย พรข้อที่หนึ่งหายไปแล้วโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
สองสามีและภรรยาก็เถียงกันอีก หมด ๆ หมดกัน แกนี่โง่จริงขออะไรไม่ขอ ขอให้หลังคาพัง ทีนี้เอาไง ตาสามีบอกว่า ขอบ้านใหม่สิ เอาเอาอีก ภรรยาพูด ยังจะเอาบ้านใหม่อีก ก็ให้บ้านมันพังก่อนซี พูดขาดคำบ้านก็พังลงมาอีกสองสามีภรรยาก็ดิ้นกันขลุกขลักออกไม่ได้คราวนี้เจ็บตัวอีก หมดแล้วพรข้อที่สอง
คราวนี้ภรรยาเจ็บมากร้องบอกสามีให้ช่วยอยู่โหยหวน สามีอารามเป็นห่วง ก็ขอพรข้อที่สามขอให้บ้านหายไป
เป็นอันว่าไม่เหลืออะไรเลย พรสามข้อ นอกจากจะไม่ได้แล้วยังเอาไปอีกด้วย
คนโง่เขลานี่หนอไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในมือ นอกจากไม่ได้อะไรยังหายไปหมดอีกด้วย
เป็นคติของดวงดาววันนี้นะคะ
โดย..อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

ดาว ๒ เป็นเดชของวัน มีองศาถึงดาว ๗ เป็นการเริ่มต้นตัดสินใจที่จะวางรากฐานสำคัญ ๆ ดาว ๒ หมายถึงครอบครัว และดาว ๗ หมายถึง บริวาร ผู้ใช้แรงงานและผู้ใต้บังคับบัญชา คือความหมายของการจัดระบบระเบียบออกประกาศชัดเจน ส่วนครอบครัวเหมือนสร้างความเคยชินที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม การที่ดาว ๑ ทับองศากับดาว ๙ คือการเปลี่ยนแปลงบ้านที่อยู่อาศัย ปรับปรุง และหมายถึงการวางโครงงานปรับแผนด้วย
ดาว ๓ ส่งกระแสถึงดาว ๔ และ ดาว ๕ ในเวลาเดียวกัน ไม่ควรมีการผูกพันด้วยสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร มิฉะนั้นปัญหาจะตามมา เป็นช่วงทีควรใช้ "การปฏิเสธ" ให้เกิดประโยชน์กับตัวเองหรือองค์กรของตัวเองให้มากที่สุด
เช่นพูดว่า "ผมไม่อยากเช่าห้องนี้ เอาห้องอื่นให้ผมได้ไหม" คำตอบก็ "ไม่มีหรอก นอกจากว่าคุณจะเพิ่มราคาเช่า" คำพูดต่อไป ก็ตอบว่า "ไม่ได้ นอกจากคุณจะลดมัดจำลง"
ทำนองนี้ก็จะได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย (ผู้พยากรณ์ "ไม่ได้พิลึกนะ" ดวงดาวให้พยากรณ์แบบนี้เอง)
ดาว ๒ ยังส่งกระแสถึงดาว ๖ ที่เป็นนิจ และเพ็ญด้วย นอกจากจะส่งผลเรื่องฝนฟ้าแล้วยังส่งผลถึง การรับเลี้ยงกินกินอิ่มกินเต็ม การเพิ่มพูนน้ำหนักอย่างจริงจัง การเงินเศรษฐกิจก็ดี หุ้นยังเป็นบวกจะมีแนวต้าน เริ่มเทขายในสัปดาห์นี้
ดาว ๘ กับ ๙ คู่สัมพันธ์เพิ่มพูนกำลัง คงหงอยสักพัก พลังงานไม่นิ่ง ซื้อตอนนี้ระวังหนีไม่ทัน
ดาว ๖ กับ ๗ กอดกันเหนียวแน่น ระวังที่พูดไว้ทำไม่ได้เลยเป็นเรื่องทะเลาะกัน เทวดาแม้ให้ลาภก็ใช้ไม่เป็น มีเรื่องต้องใช้สอยจนหมดเหมือนไม่มีลาภ แต่ก็มีข้อดีที่ว่า ถึงจะมีรายจ่ายก็มีจะจ่าย
เคยฟังนิทานเรื่องหนึ่งไหม
พระโพธิสัตว์จุติเป็นรุกขเทวดา ได้ยินสองผัวเมียบ่น ฟ้าไม่ยุติธรรม ชีวิตยากจน ไม่มีลาภผล เทวดาฟังทุกวันจนเมื่อยหู ก็ปรากฏตัวบอกว่า ยังไม่ถึงเวลานะ ผลของทานยังไม่มี ถึงได้ลาภไปก็ใช้ไม่เป็น จะหมดตัวมากกว่าเดิมอีก สองสามีภรรยาพากันสั่นหัว ไม่จริง ๆ ถ้าได้เงินมาจะใช้อย่างรอบคอบระมัดระวังแน่นอน เทวดาก็ให้พรไว้สามประการ จะขออะไรก็ตามใจ
สองสามีสมประสงค์แล้ว นั่ง ยืน นอน เดิน คิดอยู่นั่นจะขออะไรให้คุ้มค่าที่สุด สามีบอกว่า ฉันจะขอบ้าน ให้ใหญ่กว่านี้สักหน่อย นี่มันคับแคบไป ยายภรรยาบอกว่า ไอ้โง่เอ๊ย ขอทั้งที่ขอบ้าน ขออาชีพที่ทำเงินได้เยอะ ๆ สิ ฝ่ายสามี ก็บอกว่าจะมีอาชีพดีก็ต้องมีบ้านใหญ่โตก่อน ภรรยาก็ด่ากลับ โธ่โง่ไม่สร่าง บ้านมันเกี่ยวอะไรกันเล่า
เถียงกันไปก็เถียงกันมา ในที่สุด ตาสามีก็บันดาลโทสะพลั้งปาก ด่าภรรยาแล้วว่า ขอให้หลังคาบ้านพังทับแก จะได้ไม่พูดมาก พอพูดจบหลังคาก็พังลงมาทันที และไม่ได้ทับภรรยาคนเดียวทับสามีด้วย พรข้อที่หนึ่งหายไปแล้วโดยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย
สองสามีและภรรยาก็เถียงกันอีก หมด ๆ หมดกัน แกนี่โง่จริงขออะไรไม่ขอ ขอให้หลังคาพัง ทีนี้เอาไง ตาสามีบอกว่า ขอบ้านใหม่สิ เอาเอาอีก ภรรยาพูด ยังจะเอาบ้านใหม่อีก ก็ให้บ้านมันพังก่อนซี พูดขาดคำบ้านก็พังลงมาอีกสองสามีภรรยาก็ดิ้นกันขลุกขลักออกไม่ได้คราวนี้เจ็บตัวอีก หมดแล้วพรข้อที่สอง
คราวนี้ภรรยาเจ็บมากร้องบอกสามีให้ช่วยอยู่โหยหวน สามีอารามเป็นห่วง ก็ขอพรข้อที่สามขอให้บ้านหายไป
เป็นอันว่าไม่เหลืออะไรเลย พรสามข้อ นอกจากจะไม่ได้แล้วยังเอาไปอีกด้วย
คนโง่เขลานี่หนอไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่ในมือ นอกจากไม่ได้อะไรยังหายไปหมดอีกด้วย
เป็นคติของดวงดาววันนี้นะคะ
2/8/53
พยากรณ์รายวัน โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี(อ.แอน)
พยากรณ์วันอังคารที่ ๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓
โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

วันนี้เป็นวันพระ สมควรยุติเรื่องทั้งหมด ทำใจให้ปลอดโปร่งแจ่มใส การปฏิบัติทางกายไม่เท่าทางใจ ดาว ๓ เป็นบริวารร่วมราศีดาว ๖ แม้ดาว ๖ เป็นนิจ ถูก ๗ รังแก ก่อกวนอารมณ์ ให้หงุดหงิด ตึงเครียด แต่ก็ยังพอมีลาภผลให้เพราะร่วมราศีกับดาว ๓ และได้รับแสงเต็มที่จากดาว ๑ วันนี้ ร้านอาหารขายดี มีการนัดพบคุยกันนอกสถานที่ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุดแต่ต้องไม่ลืมอยู่ว่าเป็นวันต้นเดือน ฝนจะตกฟ้าจะร้อง รถจะติดไม่เป็นไร ดึกหน่อยก็หายไปเอง
ดาว ๒ กาลกิณีวัน รับกระแสหงุดหงิดจาก ดาว ๘ แม้จะอยู่ร่วมธาตุราศีเกื้อกูล จะได้รับความรำคาญใจจากคนรักคนใคร่คนใกล้ชิด ทำให้ลำบากใจ จะพูดไม่ออกเพราะคนกากีนั๊งนี่แหละ แถมเราอาจเป็นฝ่ายผิดก็ได้ จัดเป็นวันไม่พูดมากอีกวันหนึ่ง สมแล้วที่เป็นวันพระ ข้อถกเถียงโต้แย้งเว้นหนึ่งวัน วันต่อไปก็จะเย็นใจลงคุยกันรู้เรื่อง
ดาว ๑ และดาว ๒ ส่งกระแสเบียนกันในภพพันธุของชาตาเมือง มีเรื่องร้อนในบ้านหรือที่ทำงาน อาชีพที่ทำไม่ถูกอารมณ์ จนคิดโยกย้ายขอเปลี่ยนที่ ดึงงาน โอนงาน ย้ายทั้งเขาและเราออกจากกัน สุขภาพจิตไม่ค่อยดีวันนี้ อาจเพราะเครียดแล้ว ดวงดาวห้ามพูด อย่างนี้ใช้ธรรมะอบรมไม่ใช่ดวงชาตาอบรม จะทดสอบกำลังสมาธิที่ทำมาทั้งอาทิตย์นี่แหละว่าตั้งมั่นอดทนต่ออารมณ์ได้ขนาดไหน
ดาว ๒ ก็อยู่ในกระแสของดาว ๓ ดาวบริวาร หมายถึงบริวารและผู้หญิงนำเรื่องมาสู่ วันนี้ไม่ใช่วันของผู้หญิง พูดน้อย ๆ ยอมรับผิด พร้อมกับคำขอโทษ ว่าจะไม่ทำอีก เรื่องทุกเรื่องก็จะจบ แต่ไม่ใช่ว่าอาทิตย์นี้ดวงไม่ดีขอโทษไปก่อน อาทิตย์หน้าดวงดีแล้วค่อยทำใหม่ อย่าลืมว่าดาวแตกหักยังลอยนวลส่งผลอยู่ ถ้ายังไม่อยากแตกหักต้องย้อนดูตัวเอง
ดาว ๓ บริวาร เล็ง ๕ ซึ่งพักร์อยู่ระยะ ๑๘๐ องศา พักนี้มีเรื่องจ่ายเงินจนตัวเองตกใจ ต้องเริ่มรัดเข็มขัด รัดตั้งแต่ต้นเดือนนี่แหละ ปลายเดือนจะสบาย หลายบริษัทต้องทบทวนรายจ่าย และหลายบริษัทเตรียมม้วนกระดาน กิจการเล็กก็อาจม้วนเสื่อ และท้ายสุด เราอาจหมดความอดทนกับเรื่องบางเรื่อง ควรคิดว่า อดทนเพื่องานใหญ่ หรือ จะสูญไปหมด กับเรื่องที่จุกจิกกวนใจเพียงเล็กน้อย
ดาว ๔ เดินเข้าหาดาว ๘ จะมีเรื่องเดือดร้อนใจ ทั้งคำพูด และการกระทำ ควรหาเรื่องไปทำฟัน จะได้ไม่กระทบกับคนอื่น หรือไปดูหนังเรื่อง มหาศึกธาตุทั้งสี่ก็ได้ จะได้หาเรื่องทะเลาะกับหนัง เพราะจบไม่ถูกใจ ไม่บอก ต้องไปดูเอง นี่แหละอิทธิพลดาว ๔ และ ๘ พูดจาให้มีเรื่อง และทำให้ลังเลสงสัย
ดาว ๗ เป็นเดช เป็นพระเอกวันนี้ อัตคัดเรื่องเงิน หวาดระแวง และคิดอาฆาตโต้ตอบ พอเป็นวันพระ อุปกิเลสซึ่งปรกติเข้ามาไม่ครบ ๑๖ ตัว วันนี้พิเศษ เข้ามาครบ ระมัดระวังอารมณ์ ให้ดี จะแพ้อธรรม
ดาว ๑ และ ๙ ทับกันองศาสนิท ทำให้เพิ่มทิฐิมานะ ขอให้เป็นสัมมาทิฐิ และเราจะคิดถูก ทำถูก วาจาถูก พยายามในสิ่งที่ถูก มีสติสมาธิ หน้าที่การงานจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่การที่ดาว ๙ เบียนดาว ๒ นี่ไม่ค่อยดี แต่อย่าลืมวันนี้ดาว ๒ เป็นกาลกิณี เมื่อได้รับกระแสแม้จะอยู่มุมเบียนก็ส่งร้ายก่อนดี คือหงุดหงิด เมื่อเห็นหน้าคนที่ไม่ชอบใจ แต่วันนี้แม้ศัตรูก็กลับมาเป็นมิตร
พลิกล็อกได้ ด้วยเมตตาที่เราเจริญไว้ในใจ
คติวันนี้ คิดจะ "ให้" แต่เช้า แม้แต่คำว่า "ให้อภัย"
ก็เตรียมไว้ จะผ่านสิ่งร้ายไปด้วยดี
โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)

วันนี้เป็นวันพระ สมควรยุติเรื่องทั้งหมด ทำใจให้ปลอดโปร่งแจ่มใส การปฏิบัติทางกายไม่เท่าทางใจ ดาว ๓ เป็นบริวารร่วมราศีดาว ๖ แม้ดาว ๖ เป็นนิจ ถูก ๗ รังแก ก่อกวนอารมณ์ ให้หงุดหงิด ตึงเครียด แต่ก็ยังพอมีลาภผลให้เพราะร่วมราศีกับดาว ๓ และได้รับแสงเต็มที่จากดาว ๑ วันนี้ ร้านอาหารขายดี มีการนัดพบคุยกันนอกสถานที่ทั้งที่ไม่ใช่วันหยุดแต่ต้องไม่ลืมอยู่ว่าเป็นวันต้นเดือน ฝนจะตกฟ้าจะร้อง รถจะติดไม่เป็นไร ดึกหน่อยก็หายไปเอง
ดาว ๒ กาลกิณีวัน รับกระแสหงุดหงิดจาก ดาว ๘ แม้จะอยู่ร่วมธาตุราศีเกื้อกูล จะได้รับความรำคาญใจจากคนรักคนใคร่คนใกล้ชิด ทำให้ลำบากใจ จะพูดไม่ออกเพราะคนกากีนั๊งนี่แหละ แถมเราอาจเป็นฝ่ายผิดก็ได้ จัดเป็นวันไม่พูดมากอีกวันหนึ่ง สมแล้วที่เป็นวันพระ ข้อถกเถียงโต้แย้งเว้นหนึ่งวัน วันต่อไปก็จะเย็นใจลงคุยกันรู้เรื่อง
ดาว ๑ และดาว ๒ ส่งกระแสเบียนกันในภพพันธุของชาตาเมือง มีเรื่องร้อนในบ้านหรือที่ทำงาน อาชีพที่ทำไม่ถูกอารมณ์ จนคิดโยกย้ายขอเปลี่ยนที่ ดึงงาน โอนงาน ย้ายทั้งเขาและเราออกจากกัน สุขภาพจิตไม่ค่อยดีวันนี้ อาจเพราะเครียดแล้ว ดวงดาวห้ามพูด อย่างนี้ใช้ธรรมะอบรมไม่ใช่ดวงชาตาอบรม จะทดสอบกำลังสมาธิที่ทำมาทั้งอาทิตย์นี่แหละว่าตั้งมั่นอดทนต่ออารมณ์ได้ขนาดไหน
ดาว ๒ ก็อยู่ในกระแสของดาว ๓ ดาวบริวาร หมายถึงบริวารและผู้หญิงนำเรื่องมาสู่ วันนี้ไม่ใช่วันของผู้หญิง พูดน้อย ๆ ยอมรับผิด พร้อมกับคำขอโทษ ว่าจะไม่ทำอีก เรื่องทุกเรื่องก็จะจบ แต่ไม่ใช่ว่าอาทิตย์นี้ดวงไม่ดีขอโทษไปก่อน อาทิตย์หน้าดวงดีแล้วค่อยทำใหม่ อย่าลืมว่าดาวแตกหักยังลอยนวลส่งผลอยู่ ถ้ายังไม่อยากแตกหักต้องย้อนดูตัวเอง
ดาว ๓ บริวาร เล็ง ๕ ซึ่งพักร์อยู่ระยะ ๑๘๐ องศา พักนี้มีเรื่องจ่ายเงินจนตัวเองตกใจ ต้องเริ่มรัดเข็มขัด รัดตั้งแต่ต้นเดือนนี่แหละ ปลายเดือนจะสบาย หลายบริษัทต้องทบทวนรายจ่าย และหลายบริษัทเตรียมม้วนกระดาน กิจการเล็กก็อาจม้วนเสื่อ และท้ายสุด เราอาจหมดความอดทนกับเรื่องบางเรื่อง ควรคิดว่า อดทนเพื่องานใหญ่ หรือ จะสูญไปหมด กับเรื่องที่จุกจิกกวนใจเพียงเล็กน้อย
ดาว ๔ เดินเข้าหาดาว ๘ จะมีเรื่องเดือดร้อนใจ ทั้งคำพูด และการกระทำ ควรหาเรื่องไปทำฟัน จะได้ไม่กระทบกับคนอื่น หรือไปดูหนังเรื่อง มหาศึกธาตุทั้งสี่ก็ได้ จะได้หาเรื่องทะเลาะกับหนัง เพราะจบไม่ถูกใจ ไม่บอก ต้องไปดูเอง นี่แหละอิทธิพลดาว ๔ และ ๘ พูดจาให้มีเรื่อง และทำให้ลังเลสงสัย
ดาว ๗ เป็นเดช เป็นพระเอกวันนี้ อัตคัดเรื่องเงิน หวาดระแวง และคิดอาฆาตโต้ตอบ พอเป็นวันพระ อุปกิเลสซึ่งปรกติเข้ามาไม่ครบ ๑๖ ตัว วันนี้พิเศษ เข้ามาครบ ระมัดระวังอารมณ์ ให้ดี จะแพ้อธรรม
ดาว ๑ และ ๙ ทับกันองศาสนิท ทำให้เพิ่มทิฐิมานะ ขอให้เป็นสัมมาทิฐิ และเราจะคิดถูก ทำถูก วาจาถูก พยายามในสิ่งที่ถูก มีสติสมาธิ หน้าที่การงานจะไม่ได้รับผลกระทบ แต่การที่ดาว ๙ เบียนดาว ๒ นี่ไม่ค่อยดี แต่อย่าลืมวันนี้ดาว ๒ เป็นกาลกิณี เมื่อได้รับกระแสแม้จะอยู่มุมเบียนก็ส่งร้ายก่อนดี คือหงุดหงิด เมื่อเห็นหน้าคนที่ไม่ชอบใจ แต่วันนี้แม้ศัตรูก็กลับมาเป็นมิตร
พลิกล็อกได้ ด้วยเมตตาที่เราเจริญไว้ในใจ
คติวันนี้ คิดจะ "ให้" แต่เช้า แม้แต่คำว่า "ให้อภัย"
ก็เตรียมไว้ จะผ่านสิ่งร้ายไปด้วยดี
1/8/53
พยากรณ์รายวัน โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี ( อ.แอน)
พยากรณ์วันจันทร์ที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๕๓
โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)
วันนี้เป็นวันจันทร์ ดาว ๒ เป็นบริวาร และ ดาว ๑ เป็นกาลกิณี ดาวพระเคราะห์ที่เป็นกาลกิณี มีกฎข้อยกเว้น หากอยู่ในราศีธาตุน้ำ และราศีธาตุดิน ความเป็นกาลกิณี จะบรรเทาเบาบาง หนึ่ง และถ้าอยู่ร่วมกับดาว ๙ ศัตรูจะกลับมาเป็นมิตร เห็นหน้าให้นึกเมตตา นอกจากนี้ถ้า อยู่ตำแหน่งมูละทางทักษา ก็แสดงผลน้อย และข้อสุดท้าย มีตำแหน่งเป็นมหาจักร ก็สามารถลบความเป็นกาลกิณีลงได้เป็นอันว่า ดาว ๑ เป็นมหาจักร กุม ๙ อยู่ราศีธาตุน้ำ จึงไม่มีสภาพความเป็นกาลกิณีเลยในวันนี้ จึงเป็นวันหนึ่งที่ใส่สีส้มแล้วกลับดี ศัตรูกลับมาเป็นมิตร พูดอะไรก็มีคนฟัง
ดาว ๒ วันนี้เป็นบริวาร ทับชาตาเมือง เพียงช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงครึ่งเท่านั้นที่เป็นฤกษ์ไม่ดี เป็นฤกษ์เสียสตางค์ และไม่ควรตกปากรับคำในการทำอะไร อาจมีเรื่องหงุดหงิดกับบริวาร บุตรหลาน ไม่ได้ดังใจ แต่เวลาอื่นกลับดี เกาะนวางค์อุจ ดีสำหรับผู้หญิง มีข่าวดี งานที่ริเริ่มก็สมหวังมีเรื่องขัดข้องก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นอยู่ในเกณฑ์ของดาว ๓ ทุกข์เพราะรัก ทุกข์เพราะกังวล และทุกข์เพราะการหมุนเงิน แผนงานยังไม่แน่นอน มีข้อขัดข้องกับความหวาดระแวงแคลงใจ แต่ถ้ามีคำว่าเสียสละ ให้อภัยและท้ายสุดช่างมันไม่กังวลก็หมดเรื่อง
ดาว ๓ ๔ และ ๕ สัมพันธ์กันก้ำกึ่งทั้งดีและร้าย ระวังเรื่องการเงิน อย่าประมาทในการลงทุน อาจถึงกาลวิบัติไม่รู้ตัวทั้ง ๓ ๗ และ ๐ จะทำให้การณ์ผิด เห็นผิดเป็นชอบ ผิดพลาดล้มเหลว อย่ามีทิฐิจะเสียสัมพันธ์ ทั้งเพื่อน คนรัก ที่ทำงาน บริวาร ลูกน้อง วันนี้อาจมีเรื่องยุ่งยากในครอบครัว มีปัญหาเรื่องการเงิน ด้วยดาว ๖ กับ ๗ โคจรถึงกัน
ดาว ๑ ที่มีดาว ๙ ส่งเสริม ช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี กลายเป็นว่าสีส้ม สีแดง เป็นสีที่เหมาะมากกว่าสีอื่น ๆ ในวันนี้ ใส่มาเมื่อคนถามให้นั่งอธิบายอย่างอ่อยโยน
มิฉะนั้นจะไปเข้าดาว ๓ กับบาปเคราะห์ที่รุมเร้าเลยมีเรื่องร้ายมากกว่าดี เป็นวันที่ควรอ่อนน้อม ยอมรับผิด สลายทิฐิโดยสิ้นเชิง
จะว่าไปแล้ว วันนี้เป็นวันแข็งวันหนึ่งถึงเป็นวันเพชรฤกษ์ จะทำอะไรก็อย่าเยาะแยะจะไม่เข้าวันแล้วจะล้มเหลวด้วยซ้ำ ควรทำอะไรหนักแน่นจริงจังเหมือนความแข็งแกร่งของดวงดาว ทุกอย่างจะเดินไปด้วยดี
ดาว ๘ เกาะนวางค์ ดาว ๑ ช่วงนี้หลายคนต้องเตรียมการปรับย้าย เปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงการงาน ต้องเหน็ดเหนื่อยตรากตรำ ท่ามกลางอุปสรรค ทำไปเถิด มีผลดีและผลสำเร็จ
ดาว ๙ เกาะนวางค์ ๕ ที่พักร์ ความคิดผู้น้อยก่อกวนผู้ใหญ่ ความหมายคือ คลื่นลูกหลังทยอยไล่ลูกแรก ทั้งดีและไม่ดี ดีคือมีแต่เจริญ ไม่ดีคือคิดล้างของเดิม ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็เจริญ ทางใช้ในทางที่ผิดทำลายล้างของเดิม ภัยจะย้อนมาถึงตัวดาว ๔ เพ็ญอยู่ในภพ ปุตตะ ดาว ๖ อยู่ตำแหน่งนิจ แม้จะเพ็ญ ก็ต้องระวังอาหารตั้งแต่โรคอ้วน กระเพาะ ลำไส้ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หนักผักผลไม้ไม่เป็นไร
เคล็ดพยากรณ์มีว่า ดาวบาปเคราะห์มีกำลังคือ เปรี้ยวเผ็ด ดาวศุภเคราะห์มีกำลัง คือ หวาน กลมกล่อม ต้องดูว่าช่วงนี้ชะตาไปทางบาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์ นี่เป็นลูกเล่นของโหร จากรสชาติของอาหาร
คติวันนี้ ละทิฐิ อย่ายกตนข่มท่าน อย่าลืมคำขอโทษ
(ขอบคุณคณะศิษย์อาจารย์แอน สำหรับ e - mail พยากรณ์)
โดย อาจารย์ษณอนงค์ คำแสนหวี (อาจารย์แอน)
วันนี้เป็นวันจันทร์ ดาว ๒ เป็นบริวาร และ ดาว ๑ เป็นกาลกิณี ดาวพระเคราะห์ที่เป็นกาลกิณี มีกฎข้อยกเว้น หากอยู่ในราศีธาตุน้ำ และราศีธาตุดิน ความเป็นกาลกิณี จะบรรเทาเบาบาง หนึ่ง และถ้าอยู่ร่วมกับดาว ๙ ศัตรูจะกลับมาเป็นมิตร เห็นหน้าให้นึกเมตตา นอกจากนี้ถ้า อยู่ตำแหน่งมูละทางทักษา ก็แสดงผลน้อย และข้อสุดท้าย มีตำแหน่งเป็นมหาจักร ก็สามารถลบความเป็นกาลกิณีลงได้เป็นอันว่า ดาว ๑ เป็นมหาจักร กุม ๙ อยู่ราศีธาตุน้ำ จึงไม่มีสภาพความเป็นกาลกิณีเลยในวันนี้ จึงเป็นวันหนึ่งที่ใส่สีส้มแล้วกลับดี ศัตรูกลับมาเป็นมิตร พูดอะไรก็มีคนฟัง
ดาว ๒ วันนี้เป็นบริวาร ทับชาตาเมือง เพียงช่วงเที่ยงถึงบ่ายโมงครึ่งเท่านั้นที่เป็นฤกษ์ไม่ดี เป็นฤกษ์เสียสตางค์ และไม่ควรตกปากรับคำในการทำอะไร อาจมีเรื่องหงุดหงิดกับบริวาร บุตรหลาน ไม่ได้ดังใจ แต่เวลาอื่นกลับดี เกาะนวางค์อุจ ดีสำหรับผู้หญิง มีข่าวดี งานที่ริเริ่มก็สมหวังมีเรื่องขัดข้องก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นอยู่ในเกณฑ์ของดาว ๓ ทุกข์เพราะรัก ทุกข์เพราะกังวล และทุกข์เพราะการหมุนเงิน แผนงานยังไม่แน่นอน มีข้อขัดข้องกับความหวาดระแวงแคลงใจ แต่ถ้ามีคำว่าเสียสละ ให้อภัยและท้ายสุดช่างมันไม่กังวลก็หมดเรื่อง
ดาว ๓ ๔ และ ๕ สัมพันธ์กันก้ำกึ่งทั้งดีและร้าย ระวังเรื่องการเงิน อย่าประมาทในการลงทุน อาจถึงกาลวิบัติไม่รู้ตัวทั้ง ๓ ๗ และ ๐ จะทำให้การณ์ผิด เห็นผิดเป็นชอบ ผิดพลาดล้มเหลว อย่ามีทิฐิจะเสียสัมพันธ์ ทั้งเพื่อน คนรัก ที่ทำงาน บริวาร ลูกน้อง วันนี้อาจมีเรื่องยุ่งยากในครอบครัว มีปัญหาเรื่องการเงิน ด้วยดาว ๖ กับ ๗ โคจรถึงกัน
ดาว ๑ ที่มีดาว ๙ ส่งเสริม ช่วยให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี กลายเป็นว่าสีส้ม สีแดง เป็นสีที่เหมาะมากกว่าสีอื่น ๆ ในวันนี้ ใส่มาเมื่อคนถามให้นั่งอธิบายอย่างอ่อยโยน
มิฉะนั้นจะไปเข้าดาว ๓ กับบาปเคราะห์ที่รุมเร้าเลยมีเรื่องร้ายมากกว่าดี เป็นวันที่ควรอ่อนน้อม ยอมรับผิด สลายทิฐิโดยสิ้นเชิง
จะว่าไปแล้ว วันนี้เป็นวันแข็งวันหนึ่งถึงเป็นวันเพชรฤกษ์ จะทำอะไรก็อย่าเยาะแยะจะไม่เข้าวันแล้วจะล้มเหลวด้วยซ้ำ ควรทำอะไรหนักแน่นจริงจังเหมือนความแข็งแกร่งของดวงดาว ทุกอย่างจะเดินไปด้วยดี
ดาว ๘ เกาะนวางค์ ดาว ๑ ช่วงนี้หลายคนต้องเตรียมการปรับย้าย เปลี่ยนแปลงที่อยู่อาศัย เปลี่ยนแปลงการงาน ต้องเหน็ดเหนื่อยตรากตรำ ท่ามกลางอุปสรรค ทำไปเถิด มีผลดีและผลสำเร็จ
ดาว ๙ เกาะนวางค์ ๕ ที่พักร์ ความคิดผู้น้อยก่อกวนผู้ใหญ่ ความหมายคือ คลื่นลูกหลังทยอยไล่ลูกแรก ทั้งดีและไม่ดี ดีคือมีแต่เจริญ ไม่ดีคือคิดล้างของเดิม ถ้าใช้ในทางที่ถูกก็เจริญ ทางใช้ในทางที่ผิดทำลายล้างของเดิม ภัยจะย้อนมาถึงตัวดาว ๔ เพ็ญอยู่ในภพ ปุตตะ ดาว ๖ อยู่ตำแหน่งนิจ แม้จะเพ็ญ ก็ต้องระวังอาหารตั้งแต่โรคอ้วน กระเพาะ ลำไส้ ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ หนักผักผลไม้ไม่เป็นไร
เคล็ดพยากรณ์มีว่า ดาวบาปเคราะห์มีกำลังคือ เปรี้ยวเผ็ด ดาวศุภเคราะห์มีกำลัง คือ หวาน กลมกล่อม ต้องดูว่าช่วงนี้ชะตาไปทางบาปเคราะห์ หรือ ศุภเคราะห์ นี่เป็นลูกเล่นของโหร จากรสชาติของอาหาร
คติวันนี้ ละทิฐิ อย่ายกตนข่มท่าน อย่าลืมคำขอโทษ
(ขอบคุณคณะศิษย์อาจารย์แอน สำหรับ e - mail พยากรณ์)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)