อาจารย์แอน แฟนคลับ

อาจารย์แอน แฟนคลับ
พวกเรา คือ ครอบครัว อาจารย์แอน แฟนคลับ
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อ.ษณอนงค์ คำแสนหวี แสดงบทความทั้งหมด

14/6/58

พยากรณ์วันศุกร์ที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน


พยากรณ์วันศุกร์ที่ ๑๙ มิถุนายน  พ.ศ.๒๕๕๘

          กลางมิถุนายน คือ ความแล้งที่กระทบถึงเศรษฐกิจ และกำลังซื้อ ตลาดนัดกลับนิยม ของใหญ่ยังขายได้ วันนี้ ดาว ๔ เข้ามรณะองศา ไม่เจรจาเรื่องการเงินและอย่าปฏิเสธแข็งเกิน  งานประมูลกดราคามาก ระวังเรื่องคุณภาพ  การหมุนเวียนการเงินต้องเตรี่ยมการล่วงหน้า คนอายุน้อยกว่าให้คุณ ผู้ใหญ่เหนื่อย หลีกให้ดี ระวังโดนเพ่งเล็ง ความเป็นผู้ใหญ่ มีคำว่า ควร หรือ ไม่ควร



รักษาสุขภาพ การประชาสัมพันธ์ทำตลาดวันนี้อาจต้องเปลี่ยนรูปแบบบ้าง แข่งกันกันรุนแรง ลูกค้าชอบความนุ่มนวล ของสวยงาม


ยังคงต้องใช้สมอง เอกสารสูญหาย รีบแก้ไขล่วงหน้า ข้อเสียเกิดจากตัวเราเอง ไม่ใช่อื่นไกล  ปวดหัวมีบ้างต้องรักษาสุขภาพ



สีดี เหลือง ฟ้า ครีม



คติวันนี้ หาความสบายใจด้วยการคิดถึงกาลเทศะ และความควร

พยากรณ์วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันพุธที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘

ดาวประจำวันเป็นดาวเกี่ยวกับพูดสื่อสาร จะมีคนช่วยเหลือการเจรจาให้สำเร็จ สามารถต่อรองทำข้อตกลงได้เป็นผลสำเร็จ หน้าที่การงานมีคนช่วยฝึกอบรม งานมากงานหนัก การทำเองดีกว่าใช้ปากพูด ช่วงนี้ทำเองจะเห็นผลเร็วกว่าให้คนอื่นทำ

งานการใช้สมองหนัก บางคนเริ่มล้า เจ็บป่วย และท้อแท้ก็มี จำทนไปก่อน เป็นวันๆ ไป พูดจาอาจโดนเหน็บแหนม ก็ต้องปล่อยไปอีกเหมือนกัน เถียงกันไม่ชนะ ดาว ๖ เข้ามรณะองศา กินความสุขของเราไปวันสองวัน อย่าหัดเป็นคนใจร้ายในวันนี้จะติดเป็นนิสัย


เพื่อนฝูงพูดจากันไม่รู้เรื่อง เพราะพูดคนละเรื่องกัน



สีดี ส้ม เขียวอ่อน




คติวันนี้ ความอดทน ทำให้เป็นได้ถึงยอดคน

พยากรณ์วันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันอังคารที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘

          ดาวประจำวัน ดาว ๓ กำลังเดินเข้าหาดาว ๕ อย่าเพิ่งละเลยเรื่องสำคัญ แม้เรื่องเล็กน้อยก็ปล่อยไม่ได้ การประสานงานยังมีตกหล่น  รวมถึงการหมุนเวียนเงินอย่าเพิ่งผลีผลาม ทั้งเสี่ยงต่อ คดีความ หรือทำไม่สำเร็จ

ปวดฟันก็รีบทำ เขี้ยวสัตว์อย่าเพิ่งวางใจ จะเล่น หรือ ไปในแปลกถิ่น ก็ต้องระวัง วันที่จันทร์ดับ ไม่ควรทำการมงคล

ยังมีเรื่องอื่นดีๆ ให้ทำต้องเลือกลำดับก่อนหลัง ทั้งนี้อยู่ภายใต้ความรอบคอบและระมัดระวัง  รอบข้างมีแต่คนใช้อารมณ์ พึงหลีกเลี่ยง ไปค้านไปเถียง ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่กำลังจะมาอยู่แล้วไม่ต้องรีบ รอรับสถานการณ์ด้วยความพร้อม

ความสัมพันธ์ง่ายที่จะแตกหัก พูดอะไรต้องระวังเช่นกัน ความลับจะเป็นความลับถ้าเก็บไว้กับตัว

สีดี น้ำเงิน เหลือง น้ำตาล เบจ

คติวันนี้ ถอยได้ถอย ไม่ใช่เวลาเดิน ลุกไปข้างหน้า


1/6/58

พยากรณ์วันพุธที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันพุธที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘

        วันดีที่สามารถเจรจาทุกอย่างได้เป็นผลสำเร็จ การเงินใช้จ่ายการกุศล กิจกรรม การโฆษณา มากกว่า ดีกว่าจ่ายกับเรื่องการเจ็บป่วยหรือสูญเสีย  มีผู้ใหญ่คอยดูแลสนับสนุน ยังปลอดโปร่งมีเรื่องสบายใจ อย่าฟังคำยั่วยุ แน่วแน่และทำในสิ่งที่ตั้งใจ จะประสพความสำเร็จในที่สุด


มีฤกษ์ดีทำการมงคล เริ่มต้นทำอะไรใหม่ ดาว ๔ เข้มแข็งวันนี้ ขอความช่วยเหลือใคร เสนอโครงการใหม่จะได้รับพิจารณา แต่ก็จะเป็นช่วงที่ใช้สมองเยอะ ปัญหามากแต่ก็มีหนทาง


การเงินมีช่องทางผ่านได้ การงานที่ไม่ได้ก็จะมีจังหวะดีมาให้เลือก

เรื่องบริวารเป็นปัญหาโลกแตก แต่ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แก้ไปทีละเรื่องไม่ต้องกังวล ปัญหาเฉพาะหน้ามีมาทุกวัน แม้กระทั่งของรักตกแตกเสียหาย


สีดี น้ำเงิน  ส้ม ม่วง



คติวันนี้ อย่าประมาทว่าเล็กน้อย อย่าปล่อยทุกอย่างให้ผ่านโดยไม่ตรวจสอบ

พยากรณ์วันอังคารที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันอังคารที่ ๒ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๘

          ดาว ๔ เดินเป็นปกติ แต่ยังเดินในภพวินาศของดาว ประจำวัน  อะไรที่ไม่ควรพูด ก็ไม่ต้องรีบพูด อย่าแสดงความคิดเห็นผิดที่ภัยจะมาถึงตัว 


ทำตัวเล็กๆ อย่าหาเรื่องใส่ตัว ไม่ใช่เรื่องของตัวก็ไม่ต้องไปหงุดหงิดแทน เรื่องทั้งหมดจะเทมาหาเราแทน  ดาว ๓ ดาวประจำวันเกาะองศาเดียวกับดาว ๕ ยังต้องตรวจสอบ กำกับดูแล เพื่อป้องกันความเสียหาย อย่าให้มีรอยรั่ว ยังมีมิตรคอยช่วยเหลือ นะเมตตายังมีอยู่ บางทีหน้าเราคนเมตตา แต่คนที่ไปด้วยกลับไม่ใช่จะเสียเพราะเพื่อนเพราะเรื่องหน้าตา ยังไม่ทันพูดอะไร

สุขภาพยังไม่แข็งแรง ต้องระวังไม่ประมาท การประสานงานภายนอกระวังผิดพลาด ที่ตัวเรา ไม่ต้องโทษคนอื่น ทำอะไรต้องรอบคอบ เราไม่รอบคอบลูกน้องก็ไม่รอบคอบ

ระวังการต่อต้านอย่างลับๆ

สีดี น้ำเงิน ชมพู เหลือง


คติวันนี้ เหนื่อยนัก พักก่อน


19/5/58

พยากรณ์วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘
โดย อาจารย์แอน

          ยังไม่ปลายเดือนมีคนมาชวนทานของอร่อย เปิดกันใหม่หลายร้าน คลายเรื่องเดือดร้อน เจรจาเรื่องสำคัญ ต้องดูจังหวะให้ดี มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง คู่แข่งมากมายอาจหลุดเลื่อนไม่รู้ตัวถ้าประมาท การใส่ร้ายป้ายสี  โดนแน่ถ้าเป็นตัวเอง ไม่เด่นเป็นตัวรอง หรือ ตัวตลกใครก็ต้องการ โดยเฉพาะตัวประกอบ ดังนั้นทำอะไรอย่าพยายามโดดเด่นเป็นพระเอก เป็นตัวประกอบไม่ต้องระวังมาก แต่ได้ตลอด ไม่มีใครแข่ง ค้าขายขายอะไหล่ ของดีแค่ไหน แบบไหนต้องการอะไหล่ วัตถุดิบทั้งนั้น ตอนนี้งานอะไหล่มีมาก จนทำงานไม่ทำ รวมถึงงานประเภทซัพพอร์ทและ วิชาชีพ ผู้ชำนาญการ

สุดสัปดาห์สิ้นเดือนมาถึงเร็ว ทำงานปิดยอด ปิดงานไม่ทัน

ยังมีเกณฑ์เดินทาง ไม่อยู่กับที่ ยิ่งเดินทางยิ่งดี

สีดี น้ำเงิน ครีม เหลือง

คติวันนี้ ไม่ต้องเด่นแต่มีเงิน

    

พยากรณ์วันพุธที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน



          วันนี้เป็นวันที่ ดาว ๑ เล็งกับดาว ๗ ระยะ ๑๘๐ องศา แถม ทับดาว ๔ ดับอีก  พระเคราะห์ชุมนุมกันเป็นเส้นตรงในราศีพฤษภ เป็นความวิกฤติทางการเงิน ทั้งจะทะเลาะกันด้วยเรื่องผลประโยชน์ พูดจาก็ทะเลาะกันตกลงกันไม่ค่อยได้ คิดอะไรยังไม่สมหวัง ก้มหน้าก้มตาตระเตรียมงาน อยู่ภายใน ประสานงานใดก็ไม่เป็นผล หลายสิ่งที่ทำถูกจำกัดด้วยเหตุการณ์ที่ทำให้ไม่สามารถทำอะไรได้ตามปรารถนา

ดาว ๕ ในราศีกรกฎมีกำลังสูงที่จะพยุงทุกเหตุการณ์ หมายถึงการแบกภาระของผู้ที่มีความรับผิดชอบหลายด้าน  แต่ก็สามารถเอาตัวรอดได้ ในระยะที่ดาวดีเดินได้เพียงดวงเดียว อย่างนี้

ควรระมัดระวังและรอบคอบทุกด้าน ต้องใช้วาจาดี เดี๋ยวนี้ถูกเพ่งเล็งจับผิดได้ง่าย เพียงแค่คนเดียวที่มองเราแง่ลบ เสียตลอดรายการ พลิกวิกฤติเป็นโอกาสด้วยปัญญา

สีดี เหลือง ม่วง เขียวอ่อน


คติวันนี้ อย่าเบื่อไปเสียหมดเพียงเจอคนน่าเบื่อเพียงคนเดียว แก้ไข เข้าใจดีกว่าติเตียน 

17/5/58

ลูกเล่นของโหราศาสตร์ โดย อาจารย์แอน


การอ่านและตีความหมายของดวงดาว นับเป็นเรื่องน่าปวดหัวของนักพยากรณ์มือใหม่ วันนี้อาจารย์แอนมีลูกเล่นโหรมาวิเคราะห์ให้ดูเป็นตัวอย่างคะ

คนสวย คนงาม ดาว ๒ ดาว ๖ ต้องดี นี่เป็นพื้นฐานใช่ไหมคะ แต่ที่เพิ่มเติมและพิจารณาให้ลึกซึ้งอีก คือ คนสวยตรึงตา ตรึงใจ ต้องมีดาวคู่มิตรในชะตาด้วย และต้องเป็นคู่มิตรที่มาจากศุภเคราะห์ เช่น ดาว ๒๔ หรือ ๑๕ มีคู่ธาตุน้ำส่งเสริม คือ ดาว ๔๖ และ ๔๖ นี้ต้องได้รับแสงจากดาว ๕ และ ดาว ๑ ด้วย มิฉะนั้น จะกลายเป็น เจ้าเสน่ห์เกินเหตุจำเป็น

ดาวสง่ายังมี คู่มิตร คู่ธาตุอีก คือ ดาว ๓๖ และ ๓๕ คือ สวยสง่า มีปัญญา
ตางาม คือ ดาว ๑ เด่น มีประกาย ได้แสงจากดาว ๖
จมูกงาม คือ ดาว ๗ และ ๓ เด่น คือ พลัง อำนาจ และความกล้า
ปากสวย คือ ดาว ๔ เป็นเกษตร คำคมมีปัญญา คือ ดาว ๔ เป็นอุจจ์
แก้มได้รูป ไม่ตอบ ไม่กางล้น คือ ดาว ๕ แสดงความอุดมสมบูรณ์ด้วย
หน้าผาก คือ พลูโต แคบ ไม่นูน คือ อนุรักษ์ ทำงานด้านความคิดดี ถ้าโหนก นูน คือ ทันสมัย เรียนรู้เร็ว ทำงานด้านปฏิบัติการดี
เลือกเลยนะคะ จะเอาเด่นตรงไหนดี โหงวเฮ้งกับดวงดาว จะบอกว่าจะรุ่ง และรวยด้วยอาชีพ หรืองานแบบใดดีได้ค่ะ




นี่คือลูกเล่นของโหราศาสตร์ค่ะ

ดูดวงไม่เป็น เชิญทางนี้ โดย อาจารย์แอน



ดูดวงไม่เป็น แต่ให้รู้จักสังเกตตัวเอง เหมือนเราป่วยไข้ไม่สบายเราก็รู้ใช่ไหมคะ เป็นกรรมเป็นเวร เรายังรู้เลยว่าต้องโทษเจ้ากรรมนายเวร ที่นี้เราก็สังเกต สั้นๆ ง่ายๆ

ชักเหนื่อย หงุดหงิด อะไรก็ล่าช้า ดูสิระแวงอีกต่างหาก อิทธิพลดาว ๗ ค่ะ มาแล้ว แต่ถ้าอดทน ขยัน งานหนักก็สู้ไม่ถอย ก็ดาว ๗ นะคะแต่เป็นด้านดี ด้านร้ายทำร้ายเราให้จน ด้านดีให้คุณเป็นหลักฐาน ดูอารมณ์เรานี่ล่ะค่ะ พยายามดัดๆ ให้เป็นดาว ๗ ดี ก็จะได้อะไรดีๆ ไม่ต้องแกล้งตายให้พระเจ้าเดือดร้อน บังสุกุล

ชักโกรธ โผงผาง ขาดสติ ก่อเรื่อง มีเจ็บตัว อุบัติเหตุ มาแล้วดาว ๓ แก้ด้วยสตินะคะ ทำอะไรให้ช้าลง แต่มั่นคงสม่ำเสมอ ขยันขันแข็ง โกรธใครให้หันมาลุยงาน อย่างนี้รุ่ง เหมือนหมอสั่งให้กินน้ำบ่อยๆ เราไม่ชอบก็ต้องหาอุบาย คิดถึงแฟนต้องจิบน้ำ น้ำล้นปอดเลยทีนี้ ดาว ๓ ก็เหมือนกัน ทุกครั้งที่อยากด่า ก็เอามือนี่แหละทำงาน เก็บปากไว้ ดาว ๓ ก็จะให้คุณขยันขันแข็งสม่ำเสมอ


นี่ไม่ต้องชำเลืองดูดวงค่ะ ดูตัวเองพอรู้ วันนี้ลองสังเกตตัวเอง อย่าลืมดื่มน้ำมากๆ ค่ะ คิดถึงแฟนให้จิบน้ำ อยากด่าโทสะพุ่ง มุ่งไปที่งานนะคะ

พยากรณ์วันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันจันทร์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘

          เป็นวันที่มีคราส จันทร์ดับในราศีพฤษภ ราศีแห่งการเงิน ก็ยกให้เป็นเรื่องของประเทศไป เกิดความร้อนรุ่ม จิตใจวิตกกังวล ทั้งเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย กังวลกับข้นข้างๆ ความเดือดร้อนของมิตร การพูดจาที่ไม่ลงรอย เช้ายุ่งหน่อย สายๆ พอเดินหน้า ขับเคลื่อนได้ เหตุการณ์ไม่สบายใจจะเกิดขึ้นเป็นระยะช่วงสองสามวัน หลงทาง ของหาย ค้าขายติดขัด น้ำตาตก เกิดได้ทุกอย่าง
 อยู่ดีๆ ก็มีคนมาด่าถึงหน้าพื้นที่ของเรา ต้องการให้เราได้อาย อย่าถือสา คนพูดน่าจะอายกว่า พูดออกมาได้

ยิ่งบ่ายยิ่งสบาย มีคนมาช่วย  ผู้หลักผู้ใหญ่ยังเมตตา เพียงแต่รอจังหวะ  ติดต่อประสานงานภายนอกมีปัญหาถ้าภายในยังจัดการไม่เรียบร้อย งานเอกสารอย่าให้บกพร่อง

สีดี น้ำเงิน เหลือง ม่วงคราม

คติวันนี้ ภายในแข็งแกร่ง สำเร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง

14/5/58

พยากรณ์วันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘ โดย อาจารย์แอน

พยากรณ์วันเสาร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘
โดย อาจารย์แอน

          ช่วงที่ดาว ๗ พักร์นี้มักทำให้ใจคอไม่สบาย จิตใจอยากจะเลิกสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ตั้งแต่เลิกกับแฟน เลิกทำงาน เลิกทำ ทุกอย่างมีคำว่าเลิก แต่จริงๆ ไม่เลิก แค่คิด หวาดระแวง ไม่สบายใจ  ระแวงขนาดไปว่าคนไม่รู้จัก โดยไม่กลัวว่าเขาจะด่าเราลับหลังและยังแช่งได้แรงกว่าอีก ช่วงนี้จึงเป็นช่วงขิงก็ราข่าก็แรง คิดอะไรก็แรงๆ แต่ก็เป็นการช่วงกรองคนด้วย

เปิดเทอมแล้ว มีเรื่องยุ่งวุ่นวายหลายเรื่อง ทั้งคนใกล้ชิด บุตรหลานบริวารไม่ได้ดังใจ ทุกอย่างไม่ว่าผู้น้อย ผู้ใหญ่ เชื่อฟัง และอ่อนน้อมต่อผู้รู้กว่าเป็นดี  จะผ่อนคลายเรื่องไม่สบายใจ


เข้าสวนสวย ซื้อต้นไม้ รดน้ำต้นไม้ หันหน้าออกจากคน จะได้ไม่ต้องทะเลาะ ถ้าหันหน้ามาก้มต่อในออนไลน์ก็อาจจะหลุดทะเลาะต่อได้ ให้ดีเราอย่าเสียสติเป็นเสียเอง ไม่ใช่เรื่องอย่าไปหาเรื่อง ใครมาหาเรื่อง ก็ต้องลบออกไป อย่างนี้ความร้ายของดาว ๗ ก็ทำอะไรไม่ได้ ถ้าเราเป็นดาว ๗ ปากเสียเสียเอง เรื่องร้ายของดาว ๗ จะมาลงที่เราเต็มๆ


สีดี เหลือง เขียวอ่อน ม่วง



คติวันนี้ ของสวยงามจะทำให้ชีวิตดี

24/4/58

กลับมาแล้ว...ดีใจจัง


หายไปเสียนาน กลับมาครั้งนี้มีสิ่งดีๆ มาฝาก 


เรื่องแรก ดูคลิปก็เห็นเอง คลิกเลย

เรื่องที่สอง มีบล็อกใหม่มาแนะนำ


๑. ฮวงจุ้ย โดย อาจารย์แอน 


ดูฮวงจุ้ย,ปรับทำเล,อาจารย์แอน,ษณอนงค์ คำแสนหวี
sana-anong.blogspot.com


๒. โหราศาสตร์ โดย อาจารย์แอน

โหราศาสตร์ไทย,ดูดวงรายวัน,พยากรณ์ดวงชะตา,อาจารย์แอน,ษณอนงค์ คำแสนหวี,
sana-anong5.blogspot.com


แล้วพบกันใหม่นะ




24/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๙




ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๙
วัดมหาวันเป็นวัดสุดท้ายของการไหว้พระเก้าวัด ซึ่งเราต้องรู้ประวัติของยอดกษัตริย์องค์หนึ่งที่สร้างวัดมหาวันนี้ คือ “พระนางจามเทวี” ตามตำนานต่างๆมีชินกาลมาลีปกรณ์ พงศาวดารโยนกแลจามเทวีวงค์ กล่าวกันว่าชาติกำเนิดคั้งเดิมมาจากภาคเหนือ บุตรีของคหบดีนามว่า อินตา มีการบันทึกดวงชาตาว่าเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรงพ.ศ.๑๑๗๖ เมื่อายุได้ ๓ เดือน พญานกใหญ่โฉบเอาตัวไปผ่าน สุเทวฤษี แห่งระมิงค์นคร กำลังบำเพ็ญตบะ ณ อุจฉุตบรรพต เห็นดังนั้นจึงแผ่เมตตาให้พญานกปล่อยพระนาง ขณะนั้นมีลมหอบใหญ่พาพระนางไปตกในสระใหญ่ บนดอกบัวหลวง ท่านฤษีใช้พัดช้อนทารก จึงได้ชื่อว่า “ วี “ แล้วให้พญาวานรชื่อ กากะวานร และบริวาร ๓๕ ตัวช่วยเลี้ยงดู เมื่ออายุได้๑๓ พรรษา สำเร็จวิชาการทั้งหมด พระฤษีสุเทว ก็เนรมิตแพส่งกุมารีน้อย ล่องจากเมืองเหนือส่งถึงเมือละโว้พร้อมวานรตามไปส่ง ๓๕ ตัว พระเจ้ากรุงละโว้ ไม่มีโอรส ธิดา จึงสถาปนา กุมารี วี เป็นเจ้าหญิงจามเทวี ศรีสุริยวงค์บรมขัตติยนารีรีตนกัญญาลวะบุรีราเมศวร เมื่อพระชนมมายุ ๒๐ พรรษาได้อุปภิเษกกับเจ้าชายรามราชแห่งนครรามบุรี ความสามารถของพระนาง สามารถนำทัพออกรบได้ด้วยพระองค์เอง ทรงเชี่ยวชาญการศึกด้วยเป็นศิษย์ของท่านสุเทวฤษี
เมื่อสุเทวฤษีได้สร้างนครหริภุญชัย ร่วมกับ สุกทันตฤษี ได้ให้พระนางจามเทวีมาครองเมือง นี้คือปฐมเหตุที่พระนางจามเทวีต้องเสด็จทางเรือ ผ่านสถานที่ต่างๆมาจนถึง นครหริภุญไชย นอกจากนี้พระนางยังนำ มหาเถระ ที่ทรงปิฎกมา๕๐๐รูปรวมทั้งบัณฑิตหมู่ช่าง สลัก ช่างเงิน ทอง เหล็ก ช่างวาด ช่างเขียน ช่างโยธา ตามเสด็จอีกมากมาย
ข้อสำคัญพระนางได้นำสิ่งสำคัญมาด้วยคือ พระแก้วขาว ซึ่งว่ากันว่าเป็นองค์เดียวกับที่ประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น จ.เชียงใหม่ กับ “ พระรอดหลวง “ ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานที่วัด มหาวัน ที่เรามาสักการะเป็นวัดสุดท้าย
ในปั้นปลายชีวิตของพระองค์ภายหลังได้มอบราชสมบัติให้พระราชโอรสแล้วสละเพศเป็น ชี ปฎิบัติศาสนา ณ สำนักอารามจามเทวี และเสด็จสวรรคต เมื่อวันแรม ๓ ค่ำ เดือน๖ ปีวอก พ.ศ. ๑๔๗๖ เมื่อพระชนม์มายุ ๙๒ พรรษา
เรามาถึงวัดมหาวัน ได้นมัสการ พระพุทธสิกขิ หรือพระศิลาดำ ที่เรียกว่า พระรอดหลวงหรือ พระรอดลำพูน เราจะได้รับพรอันประเสริฐจาก กษัตริย์ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย ทุกอุปสรรค และอันตรายที่ต้องฝ่าฟัน ตั้งใจถวายสังฆทาน รับพรพระ น้อมระลึกถึงคุณของพรนางจามเทวี และเราได้บูชา พระรอด ของวัดมหาวันนี้กลับไปเป็นศิริมงคลที่จะน้อมระลึกถึงการเดินทางมาไหว้พระเก้า วัดในครั้งนี้

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๘





ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัดตอนที่ ๘ วัดพระยืน
หลังจากทานอาหารกลางวันแล้วเราก็ไป จ.ลำพูน ถ้าเปรียบเชียงใหม่เป็น ผู้ชาย จ.ลำพูนก็เป็นผู้หญิง หรือถ้าเชียงใหม่เป็นลูก ลำพูนก็เป็นแม่ เพราะเป็นเวียงเก่าแก่เกิดก่อนเมืองเชียงใหม่
วัดพระยืนหรือชื่อเดิม ว่า วัดพฤทธมหาสถาน รับรองคนกรุงเทพ ไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่เป็นวัดเก่าแก่สร้างโดยกษัตริย์ หริภุญชัย นามว่า พระเจ้า ธรรมิกราช ลักษณะมณฑป เป็นสี่ทิศ ประดิษฐานพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ในท่ายืน จึงเรียนว่า พระยืน
เรามากราบนมัสการที่นี่เพื่อน้อมระลึกถึง พระพุทธเจ้า ห้า พระองค์ ในภัทรกัปป์นี้ และเป็นการเตือนใจให้เราต้องหมั่นเพียรปฎิบัติเพื่อให้หลุดพ้นภายในภัทรกัปป์อันยาวนานนี้
เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ ทั้ง ๕ พระองค์เป็นนิทานเรื่องพระยากาเผือก ….......มีนกกาสองตัวอาศัยอยู่ในป่าหิมวันต์บนต้นไม้มะเดื่อใกล้กับแม่น้ำ วันหนึ่งนางกามีครรภ์ ตอนใกล้รุ่งนางกาก็มีนิมิตฝันว่า ได้แก้วมุกดาสุกใสสว่างถึง ๕ ดวงรัศมีสว่างไสวเหมือนกับดวงอาทิตย์ นางกาชื่นชมแล้วก็ทำพลัดตกจากมือหายไป นางกาสดุ้งตื่นเล่าให้สามีฟัง(สามีคือพญากาเผือก) ที่ชาติกำเนิดเดิมเป็นเทวดาอยู่ชั้นพรหม จึงตอบว่า นี่เป็นนิมิตที่ได้บุตรที่มีบุญแต่จะพลัดพรากจากกันจึงได้แต่เตือนนางกา ให้ระวังรักษาตัวและช่วยกันสร้างรั้ว หลังจากนั้น๗ วัน นางกาก็วางไข่ ห้าฟอง ตามฝัน วันหนึ่งเกิดพายุใหญ่ ไข่ทั้งห้าพลัดตามพายุไหลไปตามน้ำ เทวดารักษาให้มีผู้รักษาไข่ คือ ไก่ นาค เต่า โค และราชสีห์ ต่อมาเมื่อแม่กาและพญากาเผือกกลับมาไม่เห็นบุตรก็สุดเสียใจ ตรอมใจตายกลับไปเกิดเป็นพรหม
ไข่ทุกฟองที่บรรดา ไก่ นาค เต่า โค และราชสีห์ ต่างตั้งนามให้ตามเชื้อชาติตน
ฟองที่หนึ่ง นามว่า กุกุกสันโธ
ฟองที่สอง นามว่า โกนาคม
ฟองที่สาม นามว่า กัสสปะ
ฟองที่ สี่ นามว่า โคนาคม
ฟองที่ห้า นามว่า เมตตราโย
ทั้งหมดต่างมีร่างกายเป็นมนุษย์ ต่างปรารถนาพุทธภูมิ เนื่องจากเป็นพี่น้องกัน จึงอธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้าร่วมกัปป์เดียวกัน ดังนั้นในภัทรกัปป์นี้จึงมีพระพุทธเจ้ามากที่สุด
การมานมัสการที่วัดนี้อย่าดูแต่ภายนอกจงใช้ใจที่นบน้อมถึงพร้อมด้วนศรัธทา ตั้งปฎิญญาว่าจะปฎิบัติให้หลุดพ้นภายในภัทรกัปป์นี้ การไหว้พระเก้าวัดของเราก็มีความหมายเพราะวัดที่แปดนี้ เราจะตั้งจิตถวายสังฆทานโดยมีพระพุทธเจ้าห้าพระองค์เป็นประธาน วัดนี้เป็นวัดที่แปด จงเพียรปฎิบัติให้เข้าถึงมรรค มีองค์แปด
สัมมาทิฐิ คือการตั้งจิต ตั้งความเห็นในทางที่ถูก
สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริในทางที่ถูก
สัมมาวาจา คือ ใช้วาจาที่เป็นประโยชน์
สัมมาวายามะ คือ มีความเพียรอย่างจริงจังที่จะปฎิบัติและทำกิจทุกอย่างให้สำเร็จตามความมุ่งหมาย
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำอันชอบ สำรวมกายอินทรีย์ พร้อมด้วยศรัทธา วิริยะ สติ ปัญญา สมาธิ
สัมมาสติ พึงเป็นผู้มีสติในการดำเนินชีวิต รู้ผิดรู้ชอบ และ สามารถควบคุมตนเองไม่ให้ออกนอกกรอบ
สัมมาสมาธิ มีจิตที่ตั้งมั่นในอันที่จะขจัดกิเลส ของตน ด้วยการหมั่นปฎิบัติ ทำสมาธิ ให้นิ่งและสงบ
เมื่อเราจากวัดนี้ไปสิ่งที่เราได้คือความตั้งใจที่จะอยู่ในมรรคมีองค์แปด ดำเนินรอยตามพระพุทธองต์เพื่อหนทางที่สว่างด้วยปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรม........สาธุ...สาธุ...สาธุ......

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๗







ตาม อ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๗
วัดที่๗วัดโลกโมฬี วัดนี้ตั้งอยู่ทางประตูช้างเผือก เป็นประตูเมืองด้านตะวันตก สร้างขึ้นในสมัยพญากือนากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งราชวงค์มังราย เป็นวัดร้างมาช้านานแต่ยังมีเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นทั้งยังมีคงความศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่ามีรุกขเทวดาคอยดูแล จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเชียงใหม่ในปัจจุบัน
ย้อนกลับไปถึงกษัตริย์ราชวงค์มังรายองค์ที่ ๑๒ เป็นองค์หนึ่งที่ดูแลวัดโลกโมฬีเป็นพิเศษทรงพระนามว่าพญาเกศเชษฐราช ซึ่งฟื้นฟูวัดนี้ครั้งแรก หลังจากที่สร้างในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ ๖
พญาเกศเชษฐราชมีโอรสและธิดา ๔ องค์ที่มีความสำคัญเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ล้านนาและล้านช้างมาถึงอยุธยา มีพระนามลำดับดังนี้
๑ พระนางยอดคำทิพย์ ถูกส่งไปเป็นมเหสีของพระเจ้าโพธิสารแห่งอาณาจักรล้านช้างเป็นพระมารดาของพระไชยเชษฐา ที่ต่อมาครองเชียงใหม่ แล้วเสด็จกลับพร้อมอัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วย
๒ พระนางจิรประภา ที่ปรากฎในเรื่อง สุริโยทัย ตอนศึกเชียงใหม่ ที่พระไชยราชาเสด็จนำทัพด้วยพระองค์เองเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๑๕
๓ ท้าวทรายคำ กบฏต่อบิดาขึ้นครองราชย์ องค์ที่ ๑๓
๔ พระนางวิสุทธิเทวีได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๑๘ แห่งราชวงค์มังรายองค์สุดท้าย
เราทำบุญที่วิหาร ชมความงามของวัด และไปกราบพระรูปพระนางจิรประภา และเจ้าแม่กวนอิม เสร็จแล้วเดินทางต่อไปที่ จ.ลำพูน

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๖




ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัดตอนที่ ๖

ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหารแล้วก็ขึ้นดอย.....ใครที่ไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพก็เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่
ประวัติคราวๆของพระธาตุดอยสุเทพสร้างสร้างขึ้นในสมัยพญากือนา ในช่วงพ.ศ.๑๙๒๘ ทรงได้แต่งฑูตเชิญพระราชสาสน์ไปถวายแก่พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัยขอพระสุมนเถระไปสืบพระศาสนาที่เชียงใหม่อันนี้เป็นตำนานของวัดสวนดอก เมื่อพระสุมนเถระเดินทางมาถึงเชียงใหม่ พญากือนาได้นิมนต์มาจำพรรษาที่วัดบุปผารามหรือสวนดอก ชื่อเดียวกับวัดของนางวิสาขาในสมัยพุทธกาล
พญากือนาได้ถวายสมณศักดิ์ให้เป็น พระสุมนบุพพารัตนมหาสวามี และพระสุมนเถระได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุแก่พญากือนา และหลังจากที่พญากือนาได้สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุด้วยเครื่องหอมและบูชาด้วยเครื่องสักการะ พระบรมสารีริกธาตุได้เกิดปาฎิหาริย์แยกออกเป็น สอง องค์ พญากือนาทรงโปรดให้สร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์เล็กที่เจดีย์วัดสวนดอก ส่วนองค์ใหญ่ได้อัญเชิญขึ้นช้างมงคลเสี่ยงทาย ช้างมงคลได้เดินทางขึ้นเขามาถึงวัดดอยสุเทพปัจจุบันแล้วถึงแก่ความตาย
พญากือนาจึงได้ทรงสร้างอนุสาวรีย์ของช้างมงคลไว้ตรงบริเวณลานพระเจดีย์ทางทิศตะวันออกจากนั้นพญากือนาได้โปรดให้ขุดดินลึกถึง ๘ ศอก นำหินใหญ่มาทำเป็นหีบพร้อมอาราธนาพระบรมสารีริกธาตุพร้อมผอบทองคำตั้งไว้ในหีบหิน แล้วถมด้วยศิลาจนราบเรียบ ก่อพระเจดีย์องค์หนึ่งสูง ๕ วา ครอบบนพระบรมสารีริกธาตุและขนานนามว่า “ วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ตามนามของพระฤษี สุเทพ ซึ่งอาศัยอยู่บนเขาลูกนี้
ทำให้ทราบว่าทำไมถึงไม่ให้ผู้หญิงเดินเข้าด้านใน และเป็นคติของชาวล้านนา อีกเหมือนกันที่จะนำพระพุทธรูป แก้ว แหวน เงินทอง ที่จะถวายเป็นพุทธบูชามาบรรจุไว้ใต้ฐานเจดีย์
ทางขึ้นดอยสุเทพตรงทางแยกจะมีอนุสาวรีย์ ครูบาศรีวิชัย และวัดศรีโสดา ไปทางขวาอีกสองกิโลเมตรมีวัดสกิทาคามี อยู่ตรงน้ำตกผาลาดพอดี
พวกเราได้ถวายสังฆทานที่วิหารและเดินประทักษิณ สามรอบ แล้วนมัสการพระเจ้าทันใจ แล้วถ่ายรูปหมู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตอนลง อ.แอนบอกว่า ใครยังเด็กอยู่ให้เดิน ลงบันไดนาค ใครรู้ตัวว่าแก่ ให้ลงลิฟท์

23/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๕



ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๕
เช้าวันที่สอง เราจะไปไหว้พระกันที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ศิษย์ชายจำนวนหนึ่งและศิษย์เยาวชน อ.แอน ได้ออกเดินทางจากโรงแรม ที่พักไปทำความสะอาดที่วัดพระสิงห์ก่อนที่คณะอ.แอนจะเดินทางไปในเช้าตรู่ ….ช่วยกันกวาดลานวัดและอื่นๆ..มีสาว2 อนงค์ที่ได้ไปจัดเตรียม สังฆทานที่วัดพร้อม ศิษย์ชาย ทุกคนคงรู้ว่าคือใคร....อ้อ โซ้ยหมวยลิงน้อยกับแม่เสือดำ นั้นเอง (ทั้งสองได้บุญมากกว่าคนอื่น)

จากบทความของอ.แอน ….วัดนี้มีอายุเกือบ เจ็ดร้อยปี สร้างในสมัยพญาผายู กษัตริย์ในรัชกาลต้นๆแห่งราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้นทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ใกล้ประตูสวนดอก เพื่อบรรรจุอัฐิของพญาคำฟูพระราชบิดา และโปรดให้สร้างพระวิหารแห่งนี้ขึ้น ลักษณะของผังการสร้างเป็นไปตามคติศูนย์กลางจักรวาล มีองค์เจดีย์เป็นประธานหรือศูนย์กลาง มีวิหารหลวงตั้งในแนวแกนตะวันออก ซึ่งเป็นแนวแกนเดียวกับองค์เจดีย์และวิหารทิซ คือวิหารลายคำ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ เป็นวิหารด้านทิศใต้ถือว่าเป็นทิศที่สำคัญของพุทธศาสนานิกายลังกาวงค์

พวกเราไปทำบุญถวายอาหารเช้าและสังฆทานเช้าที่วิหารหลวง เดิมวัดนี้ชื่อวัดลีเชียงพระ ในเทศกาลสงกรานต์ทุกปีจะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานบนบุษบกแห่รอบเมืองเชียงใหม่ให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อความเป็นศิริมงคล
พวกเราได้ทำความสะอาดปัดกวาด เป็นสัมมาทิฐิ ดำริชอบ พยายามชอบและมีการกระทำอันชอบช่สวเหลือการงานชอบ ทำให้มีวรรณะผ่องใส ใจสะอาด สงบ
เราได้ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ถึงพร้อมด้วยสังคหวัตถุสี่ อันมีทานในเนื้อนาบุญอันประเสริฐ มีพระพุทธสิหิงค์เป็นประธาน เราพึงมีวาจาอันไพเราะ ปราศจากอารมณ์โกรธเป็นการประกอบกรรมอันเป็นกุศลทีมีอนิสงส์สูงยิ่งในเช้าวันนี้

16/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๔




ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๔

ออกเดินทางมาถึงวัดที่ ๔ ก็เย็นแล้ว วัดที่เราคุ้นเคย ที่พวกเรามักเรียกสั้นๆว่า วัดบ้านเด่น หรือชื่อเป็นทางการว่า วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อ.แอนได้เขียนบทความ ไว้ว่า ตั้งแต่ยามเช้าเราได้เริ่มไหว้พระเก้าวัดมาแล้วสามวัดพรั่งพร้อมด้วยคุณค่าของเกร็ดตำนาน ประวัติศาสตร์ ได้ทำบุญอย่างเต็มอิ่ม การเดินทางสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น สำคัญการแต่งกายต้องดี ดั่งชาวฟ้าชาวสวรรค์ลงมานมัสการพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ ทีมีเทวดารักษาความสงบสำรวมทั้งกาย วาจา และใจ ที่เป็นบุญ แม้กระทั่งการถอดรองเท้าเข้าวัดก็ต้องรู้จักวางให้เป็นระเบียบ
พวกเรารับประทานอาหารเย็นที่วัดบ้านเด่น เป็นขันโตก แบบชาวเหนือ ศิษย์เยาวชนยังไม่เคยมาก็แสดงอาการตื่นตาตื่นใจกับการนั่งรับประทานอาหาร และสถานที่ของวัด ซึ่งค่ำคืนนี้จะมีการสมโภชกฐิน
เดิมชื่อวัดหรีบุญเรือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ มีลักษณะเป็นเนิน จึงเรียกว่า บ้านเด่น(อยู่บนเนิน) ตำนวนโบราณว่าเป็นถ้ำที่มีของศักดิ์สิทธิ์ทั้งในอดีตกาลเคยเป็นที่บำเพ็ญของพระโพธิสัตว์ พระผู้มีบุญบารมีสุงจึงสามารถนำความเจริญมาสู่ได้ดังที่เราเห็นและปรจักษ์แก่ตาแก่ใจมาแล้วคือ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล คือเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ปฏิปทาของท่าน
“ครูบาอ่อนน้อมถ่อมตน ฝึกฝนปฎิบัติ เคร่งครัดพระธรรมวินัย จิตใจสุขุมเยือกเย็น บำเพ็ญบารมี ทำความดีเป็นนิจ จิตเมตตาเสมอ” ท่านสอนว่า เป็นพระต้องพูดจริง ต้องทำจริง และต้องรู้จริง
พระประธานของวัดคือพระเจ้าเก้าตื้อ (องค์จริงปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนดอก) ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของล้านนา ครูบาสร้างวัดบ้านเด่นแบบเป็นศิลปะล้านนา ที่งดงาม ตระการตา พวกเราภูมิใจที่ได้ร่วมบารมีและได้มาสมโภชกฐินที่วัดแห่งนี้เป็นวัดสุดท้ายของวันนี้ และขณะที่ครูบาสวดมนต์อยู่นั้น ฝนได้โปรยปรายลงมาเหมือนเทวดากำลัง พรมนื้มนต์มาให้ผู้คน ที่ร่วมในพิธี หลังจากนั้นฝนได้ตกลงมากขึ้นจนกระทั้งชาวเขาที่นั่งอยู่กลางแจ้งได้ลุกหลบไปนั่งในศาลา พวกเราหลายคนได้เห็น โต๊ะหมู่บูชา ที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง แม้ฝนตก จนกระทั้งฝนหยุดตก เทียนที่จุดบูชาในพิธีตั้งแต่ต้น ไม่ดับสักเล่ม
เมื่อกลับถึงที่พัก สวดมนต์ ทำสมาธิ เพื่อผลบุญอันสมบูรณ์ทั้งกาย วาจา และใจ

15/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๓



ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๓ วัดพระธาตุลำปางหลวง
จากวัดปงยางคก พวกเรา 5 บัส ขึ้นรถนิดเดียวก็ถึง วัดพระธาตุลำปางหลวง ซึ่งเป็นวัดที่สำคัญทางล้านนาประเทศที่สุดตั้งแต่สมัยพุทธกาล มีตำนานพื้นเมืองที่เล่าเรื่องราวความสำคัญและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่แห่งนี้มากมาย
นับตั้งแต่สมัยพุทธกาล พระพุทธองค์พร้อมด้วยพระอานนท์ และพระเถระเจ้า รวม ๔ ระองค์ได้เสด็จมายังสถานที่นี้ได้ทรงพบกับชาวลั๊วะ อ้ายกอน อ้ายกอนได้ตัดกระบอกถวายน้ำให้พระพุทธองค์ หลังจากนั้นก็ปักไว้บนพื้น กลายเป็นต้นไม้ให้เราเห็นในปัจจุบัน พระพุทธองค์ทรงมีพุทธทำนายถึงอนาคตและความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนา ณ สถานที่แห่งนี้ว่า จะมีผู้มาสร้างเมืองชื่อ ลัมพกัปปะนคร หรือ นครลำปาง ในปัจจุบัน และจะมีผู้นำพระบรมสารีริกธาตุของพระองค์มาประดิษฐานไว้ที่แห่งนี้ ต่อจากนั้นทรงประทานพระเกศาให้ ลั๊วะอ้ายกอน รักษาไว้ พระอานนท์ได้แนะนำให้อ้ายกอนสร้างสถูปเจดีย์ครอบไว้
ในสมัยหริภุญชัย กล่าวถึงเมื่อพระนางจามเทวี ประทับอยู่ที่ปงยางคกได้แลเห็นแสงสว่างของสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์นี้ได้ทรงนำพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุ และได้ทรงอธิษฐานให้เกิดบ่อน้ำเพื่อเลี้ยงประชาชน
ถ้าเราเดินผ่านเข้ามาด้านใน จะเห็นป้ายเขียนเป็นสถูปของเจ้าหญิง อโนชา จากสายสกุล ณ ลำปาง เป็นราชธิดาคนที่ ๕ ของเจ้าชายแก้ว บุตรของพระยาสุลวฤ าไชย สงคราม หรืออดีตหนานทิพย์ช้าง แห่งนครลำปางที่กู้อาณาจักรล้านนาให้พ้นจากพม่า
มีสถานที่สำคัญอีกแห่งคือ กุฎิพระแก้วมรกต องค์น้อย ที่เราเห็นเป็นองค์จำลอง องค์จริงอยู่ที่วัดพระแก้ว กรุงเทพ แต่ชาวลำปางบอกของเค้าองค์จริง เค้าหล่อองค์จำลองส่งไปเชียงใหม่ ความจริงพระพุทธรูปไม่มีองค์จริงองค์จำลอง เพราะเป็นพระพุทธรูปที่จำลองพระพุทธเจ้าจัดเป้นอุเทสิกเจดีย์เหมือนกันหมด ที่ใดมีพระพุทธรูปอยู่เสมือนพระพุทธเจ้าประทับอยู่ พวกเราบางคนก็ได้เช่า พระแก้วมรกตมาบูชาซึ่งงดงามจริงๆ
เรามาที่นี้เสมือนหนึ่งได้ย่างก้าวสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ตามรอยพระบาทเพราะเป็นสถานที่พระพุทธองค์ได้เคยมาเคยประทับและละเกศาธาตุให้เราได้นบไหว้สักการระบูชา เปรียบเสมือน วัดเชตวันมหาวิหาร
เราร่วมกันสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ถวายสังฆทาน และระลึกถึงคุณของพระมหากษัตริย์ พุทธบริษัทสี่ที่รักษามรดกและศาสนประเพณีเหลือไว้ให้ลูกหลานได้นบนอบบูชาเป็นเวลายาวนานตราบเท่าทุกวันนี้

5/11/54

ตามอ.แอน ไปไหว้พระ ๙ วัดตอนที่ ๒


ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัด ตอนที่๒
เมื่อทุกคนพร้อมก่อนเวลาเราก็เดินทางไปวัดที่สอง คือวัดปงยางคก จังหวัดลำปาง ระหว่างเดินทางพวกเราบางคนก็หยิบบทความที่อ.แอนเขียนบรรยายให้มาอ่านอีกครั้ง เหมือนกับกำลังจะเข้าห้องสอบถึงประวัติของวัดที่สอง แค่ชื่อก็ทำให้งง งง งง ว่าเราอ่านออกเสียงถูกหรือไม่
ปง เป็น คำเรียกสถานที่ ยางคก เดิมเรียกว่า ช้างนบ คือเป็นสถานที่ช้างนั่งลงชูงวง ในท่าแสดงความเคารพ ในประวัติวัดนี้สร้างในสมัย พระนางจามเทวี เมื่อพระนางเสด็จผ่านสถานที่นี้เพื่อไป ครองหริภุญชัยหรือนครลำพูน ปัจจุบัน พระนางได้นำพุทธศาสนา พระสงฆ์ พระพุทธรูป ตลอดจน พระบรมสารีริกธาตุ โดยอัญเชิญมาบนหลังช้าง เมื่อช้างมาถึง ณ. สถานที่แห่งนี้ก็ไม่ยอมเดิน ถอยหลังนั่งลงชูงวงในท่าแสดงความเคารพ ภาษาเหนือคือที่ที่ช้างนบไหว้ ภายหลังเพี้ยนมาเป็น ยางคก
ที่บ้านปงยางคก ยังเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญอีกท่านหนึ่งคือ เจ้าหนานทิพย์ช้าง ผู้กู้ล้านนาจากพม่า หลังจากเสร็จศกสงครามจากพม่า รัชกาลที่ ๑ ได้ทรงแต่งตั้งเป็นเจ้าพระยาสุลวฤาไชยสงครามเป็นครองนครลำปาง และท่านเคยบวชเรียนอยู่ที่วัดแห่งนี้ เมื่อเรามาถึงจะเห็นรูปปั้นของท่าน ท่านเป็นต้นตระกูลของเชื้อเจ้าเจ็ดต้น ณ ลำปาง ณ ลำพูน ณ แพร่ ณ น่าน ณเชียงราย โดยลำดับ
วัดที่สองนี้พวกเราจะได้มาสักการะ ถวายเครื่องสังฆทาน และถวายพระพุทธรูป ไว้ ณ ที่นี้ถวายเป็นพุทธบูชา เป็นกุศลส่งถึง พระนางจามเทวี และเจ้าพระยาสุลวฤาไชยสงคราม บุคคลที่สำคัญยิ่งทางล้านนาประเทศ
วัดปงยางคก เกี่ยวพันกับเจ้านายฝ่ายเหนือ และพระนางจามเทวี กษัตริย์ผู้มีคุณูปการด้านศาสนาจึงฟ้องกับเรื่องราวของวัดที่พระญาติศากยวงค์ สร้างถวายพระพุทธองค์ และพระนางประชาบดีโคตรมีก็เป็นภิกษุณีผู้มีคุณูปการกับพุทธศาสนา ด้วยศรัทธาแรงกล้าทำให้สตรีสามารถออกบวชในบวรพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับพระนางจามเทวีที่มีศรัทธาแรงกล้าในอันที่จะนำพุทธศาสนามาสู่แดนล้านนา เป็นการไหว้ที่ได้บุญมากมายทั้งเทวดาจะรักษาทุกท่านที่มีความกตัญญูต่อแผ่นดินทั้งการรักษาแผ่นดินให้พุทธศาสนาได้ปลูกปักอย่างมั่นคง
ที่วัดนี้พวกเราได้รับประทานอาหารว่าง จาก เจ้าป้ากาญจนา โดยเจ้าพี่อัญชลีพรถึงแม้จะไม่ได้มาก็ยังฝากให้เจ้าป้ากาญจนา นำอาหารว่างเช่น ซาลาเปา ไส้ต่างๆมาให้พวกเรารับประทานอย่างร้อนๆๆและอร่อยมากอีกด้วย เท่าที่ทราบคนละอย่างน้อย สอง ลูก เมื่ออิ่มแล้วก็ออกเดินทางไปวัดที่สามต่อไป