
ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๔
ออกเดินทางมาถึงวัดที่ ๔ ก็เย็นแล้ว วัดที่เราคุ้นเคย ที่พวกเรามักเรียกสั้นๆว่า วัดบ้านเด่น หรือชื่อเป็นทางการว่า วัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกน อ.แอนได้เขียนบทความ ไว้ว่า ตั้งแต่ยามเช้าเราได้เริ่มไหว้พระเก้าวัดมาแล้วสามวัดพรั่งพร้อมด้วยคุณค่าของเกร็ดตำนาน ประวัติศาสตร์ ได้ทำบุญอย่างเต็มอิ่ม การเดินทางสู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์นั้น สำคัญการแต่งกายต้องดี ดั่งชาวฟ้าชาวสวรรค์ลงมานมัสการพระพุทธรูปอันศักดิ์สิทธิ์ ทีมีเทวดารักษาความสงบสำรวมทั้งกาย วาจา และใจ ที่เป็นบุญ แม้กระทั่งการถอดรองเท้าเข้าวัดก็ต้องรู้จักวางให้เป็นระเบียบ
พวกเรารับประทานอาหารเย็นที่วัดบ้านเด่น เป็นขันโตก แบบชาวเหนือ ศิษย์เยาวชนยังไม่เคยมาก็แสดงอาการตื่นตาตื่นใจกับการนั่งรับประทานอาหาร และสถานที่ของวัด ซึ่งค่ำคืนนี้จะมีการสมโภชกฐิน
เดิมชื่อวัดหรีบุญเรือง สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๗ มีลักษณะเป็นเนิน จึงเรียกว่า บ้านเด่น(อยู่บนเนิน) ตำนวนโบราณว่าเป็นถ้ำที่มีของศักดิ์สิทธิ์ทั้งในอดีตกาลเคยเป็นที่บำเพ็ญของพระโพธิสัตว์ พระผู้มีบุญบารมีสุงจึงสามารถนำความเจริญมาสู่ได้ดังที่เราเห็นและปรจักษ์แก่ตาแก่ใจมาแล้วคือ ครูบาเจ้าเทือง นาถสีโล คือเจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน ปฏิปทาของท่าน
“ครูบาอ่อนน้อมถ่อมตน ฝึกฝนปฎิบัติ เคร่งครัดพระธรรมวินัย จิตใจสุขุมเยือกเย็น บำเพ็ญบารมี ทำความดีเป็นนิจ จิตเมตตาเสมอ” ท่านสอนว่า เป็นพระต้องพูดจริง ต้องทำจริง และต้องรู้จริง
พระประธานของวัดคือพระเจ้าเก้าตื้อ (องค์จริงปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนดอก) ซึ่งถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่งดงามที่สุดของล้านนา ครูบาสร้างวัดบ้านเด่นแบบเป็นศิลปะล้านนา ที่งดงาม ตระการตา พวกเราภูมิใจที่ได้ร่วมบารมีและได้มาสมโภชกฐินที่วัดแห่งนี้เป็นวัดสุดท้ายของวันนี้ และขณะที่ครูบาสวดมนต์อยู่นั้น ฝนได้โปรยปรายลงมาเหมือนเทวดากำลัง พรมนื้มนต์มาให้ผู้คน ที่ร่วมในพิธี หลังจากนั้นฝนได้ตกลงมากขึ้นจนกระทั้งชาวเขาที่นั่งอยู่กลางแจ้งได้ลุกหลบไปนั่งในศาลา พวกเราหลายคนได้เห็น โต๊ะหมู่บูชา ที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง แม้ฝนตก จนกระทั้งฝนหยุดตก เทียนที่จุดบูชาในพิธีตั้งแต่ต้น ไม่ดับสักเล่ม
เมื่อกลับถึงที่พัก สวดมนต์ ทำสมาธิ เพื่อผลบุญอันสมบูรณ์ทั้งกาย วาจา และใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น