อาจารย์แอน แฟนคลับ

อาจารย์แอน แฟนคลับ
พวกเรา คือ ครอบครัว อาจารย์แอน แฟนคลับ

8/11/55

ขอเชิญร่วมพิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางสมาธิ ร่วมกับ อาจารย์แอน และคณะศิษย์ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ.2555


สวัสดีทุกท่าน ห่างหายกันไปนาน หลังจากที่ไปโลดแล่นอยู่ที่ https://www.facebook.com/ajarn.ann?ref=hl


วันนี้มีข่าวมาประชาสัมพันธ์ เป็นกิจกรรมทางพุทธศาสนา ที่ อาจารย์แอน และคณะศิษย์ร่วมปฏิบัติมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี แล้ว







เมื่อปีที่แล้ว เราหล่อพระพุทธรูปพันองค์ มาปีนี้ พิธีเททองหล่อพระพุทธรูปปางสมาธิ รายละเอียด คลิ๊กตามลิ้งค์นี้ได้เลยนะคะ http://www.sana-anong.com/v2/pr_detail.php?id=72&page=1

30/3/55

ติดตาม อาจารย์แอน ได้อีกหนึ่งช่องทาง

แฟน ๆ ของ อ.แอน ระยะนี้ หนีไปเที่ยวเล่นอยู่ที่หน้าเพจ Ajarn Ann Team กันหมด ที่นี่เลยเงียบเหงา แต่สำหรับท่านเพิ่งเปิดมาเจอ ตามพวกเราไปได้ กดลิ้งค์ เลยคะ https://www.facebook.com/ajarn.ann

พบกันนะ

24/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๙




ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๙
วัดมหาวันเป็นวัดสุดท้ายของการไหว้พระเก้าวัด ซึ่งเราต้องรู้ประวัติของยอดกษัตริย์องค์หนึ่งที่สร้างวัดมหาวันนี้ คือ “พระนางจามเทวี” ตามตำนานต่างๆมีชินกาลมาลีปกรณ์ พงศาวดารโยนกแลจามเทวีวงค์ กล่าวกันว่าชาติกำเนิดคั้งเดิมมาจากภาคเหนือ บุตรีของคหบดีนามว่า อินตา มีการบันทึกดวงชาตาว่าเกิดเมื่อวันพฤหัสบดี ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๕ ปีมะโรงพ.ศ.๑๑๗๖ เมื่อายุได้ ๓ เดือน พญานกใหญ่โฉบเอาตัวไปผ่าน สุเทวฤษี แห่งระมิงค์นคร กำลังบำเพ็ญตบะ ณ อุจฉุตบรรพต เห็นดังนั้นจึงแผ่เมตตาให้พญานกปล่อยพระนาง ขณะนั้นมีลมหอบใหญ่พาพระนางไปตกในสระใหญ่ บนดอกบัวหลวง ท่านฤษีใช้พัดช้อนทารก จึงได้ชื่อว่า “ วี “ แล้วให้พญาวานรชื่อ กากะวานร และบริวาร ๓๕ ตัวช่วยเลี้ยงดู เมื่ออายุได้๑๓ พรรษา สำเร็จวิชาการทั้งหมด พระฤษีสุเทว ก็เนรมิตแพส่งกุมารีน้อย ล่องจากเมืองเหนือส่งถึงเมือละโว้พร้อมวานรตามไปส่ง ๓๕ ตัว พระเจ้ากรุงละโว้ ไม่มีโอรส ธิดา จึงสถาปนา กุมารี วี เป็นเจ้าหญิงจามเทวี ศรีสุริยวงค์บรมขัตติยนารีรีตนกัญญาลวะบุรีราเมศวร เมื่อพระชนมมายุ ๒๐ พรรษาได้อุปภิเษกกับเจ้าชายรามราชแห่งนครรามบุรี ความสามารถของพระนาง สามารถนำทัพออกรบได้ด้วยพระองค์เอง ทรงเชี่ยวชาญการศึกด้วยเป็นศิษย์ของท่านสุเทวฤษี
เมื่อสุเทวฤษีได้สร้างนครหริภุญชัย ร่วมกับ สุกทันตฤษี ได้ให้พระนางจามเทวีมาครองเมือง นี้คือปฐมเหตุที่พระนางจามเทวีต้องเสด็จทางเรือ ผ่านสถานที่ต่างๆมาจนถึง นครหริภุญไชย นอกจากนี้พระนางยังนำ มหาเถระ ที่ทรงปิฎกมา๕๐๐รูปรวมทั้งบัณฑิตหมู่ช่าง สลัก ช่างเงิน ทอง เหล็ก ช่างวาด ช่างเขียน ช่างโยธา ตามเสด็จอีกมากมาย
ข้อสำคัญพระนางได้นำสิ่งสำคัญมาด้วยคือ พระแก้วขาว ซึ่งว่ากันว่าเป็นองค์เดียวกับที่ประดิษฐานที่วัดเชียงมั่น จ.เชียงใหม่ กับ “ พระรอดหลวง “ ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานที่วัด มหาวัน ที่เรามาสักการะเป็นวัดสุดท้าย
ในปั้นปลายชีวิตของพระองค์ภายหลังได้มอบราชสมบัติให้พระราชโอรสแล้วสละเพศเป็น ชี ปฎิบัติศาสนา ณ สำนักอารามจามเทวี และเสด็จสวรรคต เมื่อวันแรม ๓ ค่ำ เดือน๖ ปีวอก พ.ศ. ๑๔๗๖ เมื่อพระชนม์มายุ ๙๒ พรรษา
เรามาถึงวัดมหาวัน ได้นมัสการ พระพุทธสิกขิ หรือพระศิลาดำ ที่เรียกว่า พระรอดหลวงหรือ พระรอดลำพูน เราจะได้รับพรอันประเสริฐจาก กษัตริย์ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย ทุกอุปสรรค และอันตรายที่ต้องฝ่าฟัน ตั้งใจถวายสังฆทาน รับพรพระ น้อมระลึกถึงคุณของพรนางจามเทวี และเราได้บูชา พระรอด ของวัดมหาวันนี้กลับไปเป็นศิริมงคลที่จะน้อมระลึกถึงการเดินทางมาไหว้พระเก้า วัดในครั้งนี้

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๘





ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัดตอนที่ ๘ วัดพระยืน
หลังจากทานอาหารกลางวันแล้วเราก็ไป จ.ลำพูน ถ้าเปรียบเชียงใหม่เป็น ผู้ชาย จ.ลำพูนก็เป็นผู้หญิง หรือถ้าเชียงใหม่เป็นลูก ลำพูนก็เป็นแม่ เพราะเป็นเวียงเก่าแก่เกิดก่อนเมืองเชียงใหม่
วัดพระยืนหรือชื่อเดิม ว่า วัดพฤทธมหาสถาน รับรองคนกรุงเทพ ไม่รู้จัก เพราะไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวแต่เป็นวัดเก่าแก่สร้างโดยกษัตริย์ หริภุญชัย นามว่า พระเจ้า ธรรมิกราช ลักษณะมณฑป เป็นสี่ทิศ ประดิษฐานพระพุทธเจ้า ๔ พระองค์ในท่ายืน จึงเรียนว่า พระยืน
เรามากราบนมัสการที่นี่เพื่อน้อมระลึกถึง พระพุทธเจ้า ห้า พระองค์ ในภัทรกัปป์นี้ และเป็นการเตือนใจให้เราต้องหมั่นเพียรปฎิบัติเพื่อให้หลุดพ้นภายในภัทรกัปป์อันยาวนานนี้
เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ ทั้ง ๕ พระองค์เป็นนิทานเรื่องพระยากาเผือก ….......มีนกกาสองตัวอาศัยอยู่ในป่าหิมวันต์บนต้นไม้มะเดื่อใกล้กับแม่น้ำ วันหนึ่งนางกามีครรภ์ ตอนใกล้รุ่งนางกาก็มีนิมิตฝันว่า ได้แก้วมุกดาสุกใสสว่างถึง ๕ ดวงรัศมีสว่างไสวเหมือนกับดวงอาทิตย์ นางกาชื่นชมแล้วก็ทำพลัดตกจากมือหายไป นางกาสดุ้งตื่นเล่าให้สามีฟัง(สามีคือพญากาเผือก) ที่ชาติกำเนิดเดิมเป็นเทวดาอยู่ชั้นพรหม จึงตอบว่า นี่เป็นนิมิตที่ได้บุตรที่มีบุญแต่จะพลัดพรากจากกันจึงได้แต่เตือนนางกา ให้ระวังรักษาตัวและช่วยกันสร้างรั้ว หลังจากนั้น๗ วัน นางกาก็วางไข่ ห้าฟอง ตามฝัน วันหนึ่งเกิดพายุใหญ่ ไข่ทั้งห้าพลัดตามพายุไหลไปตามน้ำ เทวดารักษาให้มีผู้รักษาไข่ คือ ไก่ นาค เต่า โค และราชสีห์ ต่อมาเมื่อแม่กาและพญากาเผือกกลับมาไม่เห็นบุตรก็สุดเสียใจ ตรอมใจตายกลับไปเกิดเป็นพรหม
ไข่ทุกฟองที่บรรดา ไก่ นาค เต่า โค และราชสีห์ ต่างตั้งนามให้ตามเชื้อชาติตน
ฟองที่หนึ่ง นามว่า กุกุกสันโธ
ฟองที่สอง นามว่า โกนาคม
ฟองที่สาม นามว่า กัสสปะ
ฟองที่ สี่ นามว่า โคนาคม
ฟองที่ห้า นามว่า เมตตราโย
ทั้งหมดต่างมีร่างกายเป็นมนุษย์ ต่างปรารถนาพุทธภูมิ เนื่องจากเป็นพี่น้องกัน จึงอธิษฐานเป็นพระพุทธเจ้าร่วมกัปป์เดียวกัน ดังนั้นในภัทรกัปป์นี้จึงมีพระพุทธเจ้ามากที่สุด
การมานมัสการที่วัดนี้อย่าดูแต่ภายนอกจงใช้ใจที่นบน้อมถึงพร้อมด้วนศรัธทา ตั้งปฎิญญาว่าจะปฎิบัติให้หลุดพ้นภายในภัทรกัปป์นี้ การไหว้พระเก้าวัดของเราก็มีความหมายเพราะวัดที่แปดนี้ เราจะตั้งจิตถวายสังฆทานโดยมีพระพุทธเจ้าห้าพระองค์เป็นประธาน วัดนี้เป็นวัดที่แปด จงเพียรปฎิบัติให้เข้าถึงมรรค มีองค์แปด
สัมมาทิฐิ คือการตั้งจิต ตั้งความเห็นในทางที่ถูก
สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริในทางที่ถูก
สัมมาวาจา คือ ใช้วาจาที่เป็นประโยชน์
สัมมาวายามะ คือ มีความเพียรอย่างจริงจังที่จะปฎิบัติและทำกิจทุกอย่างให้สำเร็จตามความมุ่งหมาย
สัมมากัมมันตะ คือการกระทำอันชอบ สำรวมกายอินทรีย์ พร้อมด้วยศรัทธา วิริยะ สติ ปัญญา สมาธิ
สัมมาสติ พึงเป็นผู้มีสติในการดำเนินชีวิต รู้ผิดรู้ชอบ และ สามารถควบคุมตนเองไม่ให้ออกนอกกรอบ
สัมมาสมาธิ มีจิตที่ตั้งมั่นในอันที่จะขจัดกิเลส ของตน ด้วยการหมั่นปฎิบัติ ทำสมาธิ ให้นิ่งและสงบ
เมื่อเราจากวัดนี้ไปสิ่งที่เราได้คือความตั้งใจที่จะอยู่ในมรรคมีองค์แปด ดำเนินรอยตามพระพุทธองต์เพื่อหนทางที่สว่างด้วยปัญญาทั้งทางโลกและทางธรรม........สาธุ...สาธุ...สาธุ......

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๗







ตาม อ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๗
วัดที่๗วัดโลกโมฬี วัดนี้ตั้งอยู่ทางประตูช้างเผือก เป็นประตูเมืองด้านตะวันตก สร้างขึ้นในสมัยพญากือนากษัตริย์องค์ที่ ๖ แห่งราชวงค์มังราย เป็นวัดร้างมาช้านานแต่ยังมีเจดีย์ที่ตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นทั้งยังมีคงความศักดิ์สิทธิ์เชื่อว่ามีรุกขเทวดาคอยดูแล จึงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนเชียงใหม่ในปัจจุบัน
ย้อนกลับไปถึงกษัตริย์ราชวงค์มังรายองค์ที่ ๑๒ เป็นองค์หนึ่งที่ดูแลวัดโลกโมฬีเป็นพิเศษทรงพระนามว่าพญาเกศเชษฐราช ซึ่งฟื้นฟูวัดนี้ครั้งแรก หลังจากที่สร้างในสมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ ๖
พญาเกศเชษฐราชมีโอรสและธิดา ๔ องค์ที่มีความสำคัญเกี่ยวพันกับประวัติศาสตร์ล้านนาและล้านช้างมาถึงอยุธยา มีพระนามลำดับดังนี้
๑ พระนางยอดคำทิพย์ ถูกส่งไปเป็นมเหสีของพระเจ้าโพธิสารแห่งอาณาจักรล้านช้างเป็นพระมารดาของพระไชยเชษฐา ที่ต่อมาครองเชียงใหม่ แล้วเสด็จกลับพร้อมอัญเชิญพระแก้วมรกตไปด้วย
๒ พระนางจิรประภา ที่ปรากฎในเรื่อง สุริโยทัย ตอนศึกเชียงใหม่ ที่พระไชยราชาเสด็จนำทัพด้วยพระองค์เองเป็นกษัตริย์องค์ที่ ๑๕
๓ ท้าวทรายคำ กบฏต่อบิดาขึ้นครองราชย์ องค์ที่ ๑๓
๔ พระนางวิสุทธิเทวีได้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าบุเรงนอง เป็นกษัตริย์องค์ที่ ๑๘ แห่งราชวงค์มังรายองค์สุดท้าย
เราทำบุญที่วิหาร ชมความงามของวัด และไปกราบพระรูปพระนางจิรประภา และเจ้าแม่กวนอิม เสร็จแล้วเดินทางต่อไปที่ จ.ลำพูน

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๖




ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัดตอนที่ ๖

ออกจากวัดพระสิงห์วรมหาวิหารแล้วก็ขึ้นดอย.....ใครที่ไปเชียงใหม่แล้วไม่ได้ไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพก็เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่
ประวัติคราวๆของพระธาตุดอยสุเทพสร้างสร้างขึ้นในสมัยพญากือนา ในช่วงพ.ศ.๑๙๒๘ ทรงได้แต่งฑูตเชิญพระราชสาสน์ไปถวายแก่พระมหาธรรมราชาลิไท แห่งกรุงสุโขทัยขอพระสุมนเถระไปสืบพระศาสนาที่เชียงใหม่อันนี้เป็นตำนานของวัดสวนดอก เมื่อพระสุมนเถระเดินทางมาถึงเชียงใหม่ พญากือนาได้นิมนต์มาจำพรรษาที่วัดบุปผารามหรือสวนดอก ชื่อเดียวกับวัดของนางวิสาขาในสมัยพุทธกาล
พญากือนาได้ถวายสมณศักดิ์ให้เป็น พระสุมนบุพพารัตนมหาสวามี และพระสุมนเถระได้ถวายพระบรมสารีริกธาตุแก่พญากือนา และหลังจากที่พญากือนาได้สรงน้ำพระบรมสารีริกธาตุด้วยเครื่องหอมและบูชาด้วยเครื่องสักการะ พระบรมสารีริกธาตุได้เกิดปาฎิหาริย์แยกออกเป็น สอง องค์ พญากือนาทรงโปรดให้สร้างเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุองค์เล็กที่เจดีย์วัดสวนดอก ส่วนองค์ใหญ่ได้อัญเชิญขึ้นช้างมงคลเสี่ยงทาย ช้างมงคลได้เดินทางขึ้นเขามาถึงวัดดอยสุเทพปัจจุบันแล้วถึงแก่ความตาย
พญากือนาจึงได้ทรงสร้างอนุสาวรีย์ของช้างมงคลไว้ตรงบริเวณลานพระเจดีย์ทางทิศตะวันออกจากนั้นพญากือนาได้โปรดให้ขุดดินลึกถึง ๘ ศอก นำหินใหญ่มาทำเป็นหีบพร้อมอาราธนาพระบรมสารีริกธาตุพร้อมผอบทองคำตั้งไว้ในหีบหิน แล้วถมด้วยศิลาจนราบเรียบ ก่อพระเจดีย์องค์หนึ่งสูง ๕ วา ครอบบนพระบรมสารีริกธาตุและขนานนามว่า “ วัดพระธาตุดอยสุเทพ” ตามนามของพระฤษี สุเทพ ซึ่งอาศัยอยู่บนเขาลูกนี้
ทำให้ทราบว่าทำไมถึงไม่ให้ผู้หญิงเดินเข้าด้านใน และเป็นคติของชาวล้านนา อีกเหมือนกันที่จะนำพระพุทธรูป แก้ว แหวน เงินทอง ที่จะถวายเป็นพุทธบูชามาบรรจุไว้ใต้ฐานเจดีย์
ทางขึ้นดอยสุเทพตรงทางแยกจะมีอนุสาวรีย์ ครูบาศรีวิชัย และวัดศรีโสดา ไปทางขวาอีกสองกิโลเมตรมีวัดสกิทาคามี อยู่ตรงน้ำตกผาลาดพอดี
พวกเราได้ถวายสังฆทานที่วิหารและเดินประทักษิณ สามรอบ แล้วนมัสการพระเจ้าทันใจ แล้วถ่ายรูปหมู่ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ตอนลง อ.แอนบอกว่า ใครยังเด็กอยู่ให้เดิน ลงบันไดนาค ใครรู้ตัวว่าแก่ ให้ลงลิฟท์

23/11/54

ตามอ.แอนไปไหว้พระ๙วัดตอนที่ ๕



ตามอ.แอนไปไหว้พระ ๙ วัด ตอนที่ ๕
เช้าวันที่สอง เราจะไปไหว้พระกันที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ศิษย์ชายจำนวนหนึ่งและศิษย์เยาวชน อ.แอน ได้ออกเดินทางจากโรงแรม ที่พักไปทำความสะอาดที่วัดพระสิงห์ก่อนที่คณะอ.แอนจะเดินทางไปในเช้าตรู่ ….ช่วยกันกวาดลานวัดและอื่นๆ..มีสาว2 อนงค์ที่ได้ไปจัดเตรียม สังฆทานที่วัดพร้อม ศิษย์ชาย ทุกคนคงรู้ว่าคือใคร....อ้อ โซ้ยหมวยลิงน้อยกับแม่เสือดำ นั้นเอง (ทั้งสองได้บุญมากกว่าคนอื่น)

จากบทความของอ.แอน ….วัดนี้มีอายุเกือบ เจ็ดร้อยปี สร้างในสมัยพญาผายู กษัตริย์ในรัชกาลต้นๆแห่งราชวงศ์เม็งราย พระองค์ทรงสร้างพระเจดีย์ขึ้นทางทิศตะวันตกของเมืองเชียงใหม่ใกล้ประตูสวนดอก เพื่อบรรรจุอัฐิของพญาคำฟูพระราชบิดา และโปรดให้สร้างพระวิหารแห่งนี้ขึ้น ลักษณะของผังการสร้างเป็นไปตามคติศูนย์กลางจักรวาล มีองค์เจดีย์เป็นประธานหรือศูนย์กลาง มีวิหารหลวงตั้งในแนวแกนตะวันออก ซึ่งเป็นแนวแกนเดียวกับองค์เจดีย์และวิหารทิซ คือวิหารลายคำ ที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์หรือพระสิงห์ เป็นวิหารด้านทิศใต้ถือว่าเป็นทิศที่สำคัญของพุทธศาสนานิกายลังกาวงค์

พวกเราไปทำบุญถวายอาหารเช้าและสังฆทานเช้าที่วิหารหลวง เดิมวัดนี้ชื่อวัดลีเชียงพระ ในเทศกาลสงกรานต์ทุกปีจะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาประดิษฐานบนบุษบกแห่รอบเมืองเชียงใหม่ให้ประชาชนสรงน้ำเพื่อความเป็นศิริมงคล
พวกเราได้ทำความสะอาดปัดกวาด เป็นสัมมาทิฐิ ดำริชอบ พยายามชอบและมีการกระทำอันชอบช่สวเหลือการงานชอบ ทำให้มีวรรณะผ่องใส ใจสะอาด สงบ
เราได้ถวายภัตตาหาร สังฆทาน ถึงพร้อมด้วยสังคหวัตถุสี่ อันมีทานในเนื้อนาบุญอันประเสริฐ มีพระพุทธสิหิงค์เป็นประธาน เราพึงมีวาจาอันไพเราะ ปราศจากอารมณ์โกรธเป็นการประกอบกรรมอันเป็นกุศลทีมีอนิสงส์สูงยิ่งในเช้าวันนี้